การกำกับดูแลกิจการ
โครงสร้างการบริหารของบริษัท
ประกอบด้วยคณะกรรมการจำนวน 6 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนและคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร โดยมีรายชื่อ และขอบเขต อำนาจและหน้าที่ ดังนี้
1) คณะกรรมการบริษัท
ประกอบด้วยกรรมการ 9 ท่าน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
- ประธานกรรมการ ซึ่งไม่ได้เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผู้จัดการ เพื่อให้มีการแบ่งแยกบทบาทอย่างชัดเจนและมีการถ่วงดุลอำนาจในการดำเนินงาน
- กรรมการอิสระ 4 ท่าน หรือเท่ากับ 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 6 ท่าน และกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 3 ท่าน
รายชื่อและตำแหน่งคณะกรรมการบริษัท
| 1. นายบัญชา องค์โฆษิต | ประธานคณะกรรมการ, ประธานกรรมการบริหาร |
| 2. นายพิธาน องค์โฆษิต | รองประธานกรรมการ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ, ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ, กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
| 3. แพทย์หญิงจันทิมา องค์โฆษิต | กรรมการ, กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน |
| 4. นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการอิสระ, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ, ประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน, กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร, กรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน |
| 5. นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต | กรรมการ, รองประธานกรรมการบริหาร, กรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน |
| 6. นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | กรรมการ, ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน, กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
| 7. นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ, ประธานคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร, กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน |
| 8. ดร. สุธี โมกขะเวส | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ, กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
| 9. นายสรรค์ เสนาดิสัย | กรรมการอิสระ, กรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน |
รายชื่อกรรมการ จำแนกตามตำแหน่ง
| รายชื่อกรรมการ | ตำแหน่ง | กรรมการที่เป็นผู้บริหาร | กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร | กรรมการอิสระ | กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ | กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทตามหนังสือรับรอง |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. นาย บัญชา องค์โฆษิต | ประธานกรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 2. นาย พิธาน องค์โฆษิต | รองประธานกรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 3. นาง จันทิมา องค์โฆษิต | กรรมการ | ✓ | ✓ | ✓ | ||
| 4. นาง วรลักษณ์ องค์โฆษิต | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 5. นาง ศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | กรรมการ | ✓ | ✓ | ✓ | ||
| 6. นาย ไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 7. นาย ครรชิต บุนะจินดา | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 8. นาย สุธี โมกขะเวส | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 9. นาย สรรค์ เสนาดิสัย | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| รวม (คน) | 3 | 6 | 4 | 2 | 5 |
ภาพรวมทักษะและความชำนาญของกรรมการ
| ทักษะและความชำนาญ | จำนวน (คน) | ร้อยละ (%) |
|---|---|---|
| 1. ธนาคาร | 1 | 11.11 |
| 2. เงินทุนและหลักทรัพย์ | 1 | 11.11 |
| 3. ประกันภัยและประกันชีวิต | 1 | 11.11 |
| 4. การแพทย์ | 2 | 22.22 |
| 5. ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ | 3 | 33.33 |
| 6. กฎหมาย | 1 | 11.11 |
| 7. การตลาด | 3 | 33.33 |
| 8. บัญชี | 1 | 11.11 |
| 9. การเงิน | 3 | 33.33 |
| 10. ความยั่งยืน | 2 | 22.22 |
| 11. การวิเคราะห์ข้อมูล | 1 | 11.11 |
| 12. การจัดการโครงการ | 1 | 11.11 |
| 13. การจัดการองค์กร | 2 | 22.22 |
| 14. วิศวกรรม | 2 | 22.22 |
| 15. การจัดการกลยุทธ์ | 5 | 55.56 |
| 16. การจัดการความเสี่ยง | 4 | 44.44 |
| 17. การตรวจสอบ | 2 | 22.22 |
| 18. บรรษัทภิบาล / การกำกับดูแล | 3 | 33.33 |
| 19. บริหารธุรกิจ | 7 | 77.78 |
กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท
กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัทประกอบด้วย นายบัญชา องค์โฆษิต แพทย์หญิงจันทิมา องค์โฆษิต นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ และ นายพิธาน องค์โฆษิต กรรมการสองในห้าคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการบริษัท
- บริหารกิจการให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหุ้น (Fiduciary Duty) โดยยึดถือแนวปฎิบัติสำคัญ 4 ประการคือ
1) การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง (Duty of Care)
2) การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Loyalty)
3) การปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (Duty of Obedience)
4) การเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส (Duty of Disclose)
- พิจารณาอนุมัติ ให้ความเห็นชอบ และทบทวน วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย แผนการดำเนินงาน แผนงบประมาณ และควบคุมการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงให้เป็นไปตามนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพและก่อประสิทธิผลเพื่อความมั่นคงและผลประโยชน์ที่สมดุล และยั่งยืนของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
- จัดการบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทั้งในปัจจุบันและในระยะยาว รวมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
- ในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท กำหนดให้เรื่องดังต่อไปนี้เป็นอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ที่จะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ ให้ความเห็นชอบ
1) นโยบาย แนวทางกลยุทธ์การบริหารงาน เป้าหมาย แผนการดำเนินงาน งบประมาณประจำปีของบริษัท และบริษัทย่อย
2) ผลประกอบการประจำเดือน และประจำไตรมาสของบริษัท เทียบกับแผนและงบประมาณ
3) การลงทุนในโครงการที่ไม่มีในงบประมาณประจำปี และอนุมัติรายการปกติทั่วไปทางการค้าที่มีวงเงินเกินอำนาจอนุมัติของกรรมการผู้จัดการ
4) การซื้อและจำหน่ายสินทรัพย์ การซื้อกิจการและการเข้าร่วมโครงการร่วมทุนที่เป็นไปตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีมูลค่าเกินอำนาจอนุมัติของกรรมการผู้จัดการ
5) การทำธุรกรรมอันมีผลกระทบที่สำคัญต่อฐานะทางการเงิน ภาระหนี้สิน ยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ และชื่อเสียงของบริษัท
6) การทำสัญญาใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการทำธุรกิจปกติ และสัญญาที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจปกติที่มีความสำคัญ
7) การเปิดและปิดบัญชีของบริษัท กับสถาบันการเงินต่างๆ
8) การทำรายการเกี่ยวโยงกันระหว่างบริษัท และบริษัทย่อย บริษัทร่วมกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ส่วนที่ไม่เข้าข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ
9) การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
10) การเปลี่ยนนโยบายและวิธีปฏิบัติที่มีนัยสำคัญเกี่ยวกับการบัญชี การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน
11) การกำหนดและการเปลี่ยนแปลงอำนาจอนุมัติที่มอบให้กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารระดับสูง
12) การเสนอแต่งตั้งและการสิ้นสุดสถานภาพของกรรมการ เลขานุการบริษัท
13) การมอบอำนาจหน้าที่ให้ประธานกรรมการ กรรมการผู้จัดการ หรือกรรมการบริษัท คนใดคนหนึ่ง รวมถึงการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข การมอบอำนาจหน้าที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดกับกฎเกณฑ์ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ
14) การแต่งตั้งและกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อย
15) การแต่งตั้งกรรมการในบริษัทย่อย
16) การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และแก้ไขโครงสร้างองค์กร ระดับรองกรรมการผู้จัดการขึ้นไป
17) การดำเนินการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
- กำกับดูแลและสอบทานให้มีระบบรายงานทางการเงินที่โปร่งใส ถูกต้องและเพียงพอ
- จัดให้มีและกำกับดูแลให้มีการบริหารจัดการตามหลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- ริเริ่มและมีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายกำกับดูแลกิจการ แนวทางในการกำกับดูแล และบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และอนุมัตินโยบายดังกล่าว
- จัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบภายในเป็นหน่วยงานหนึ่งในบริษัทเพื่อทำหน้าที่ในบริษัท โดยมีสายการรายงานไปยังคณะกรรมการตรวจสอบ
- พิจารณาค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น
- กำกับดูแลกระบวนการแต่งตั้งและเลือกตั้งกรรมการบริษัทให้มีความโปร่งใสและชัดเจน
- ควบคุมดูแลจัดการ การขัดแย้งทางผลประโยชน์ใดๆในบริษัทและส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับตระหนัก ในความสำคัญของระบบการควบคุมและตรวจสอบภายใน เพื่อลดความเสี่ยงด้านการทุจริตและการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง รวมทั้งป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย
- เคารพสิทธิของผู้ถือหุ้น และปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม มีความโปร่งใสในการดำเนินงาน และมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องเพียงพอ
- พิจารณาแต่งตั้ง สรรหา ผู้บริหารมาทดแทนตำแหน่งใดๆ ในกรณีที่จำเป็น
- วางแผนนโยบาย การบริหารงานของบริษัท ตลอดจนตรวจสอบผลการดำเนินงานของบริษัท
- กำกับดูแลและพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งการกำกับดูแลและพัฒนาบรรษัทภิบาลของบริษัท เพื่อให้ไปสู่มาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล
- ประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี โดยรวมเป็นรายคณะ และประเมินตนเองเป็นรายบุคคล
- เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทและการประชุมผู้ถือหุ้นเว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย โดยกรรมการบริษัทที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมจะต้องแจ้งให้กรรมการบริษัทหรือเลขานุการคณะกรรมการบริษัททราบล่วงหน้าก่อนการประชุม
ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนด นิยามความเป็นอิสระของกรรมการ ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนี้
- ต้องถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการจดทะเบียนตามกฏหมายของกรรมการรายอื่น ผู้บริหารบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทหรือบริษัทย่อย
- ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท* เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
- ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย
- ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท
- สามารถปฏิบัติหน้าที่ แสดงความเห็นและรายงานผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทได้ โดยอิสระ โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือญาติสนิทของบุคคลดังกล่าว
บทบาทและหน้าที่ของประธานกรรมการ
ประธานกรรมการในฐานะผู้นำของคณะกรรมการ มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดวาระการประชุม ให้รายละเอียดข้อมูล ต่อกรรมการ เป็นผู้ดำเนินการประชุม เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละท่านสามารถเสนอเรื่องต่างๆ และเสนอความคิดเห็นใดๆ ที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อบริษัท
ประธานกรรมการ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยการสร้างสรรค์ และเปิดโอกาสรับฟังทุกความคิดเห็นที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัท นอกจากนี้ ประธานฯ จะเป็นผู้ตอบคำถามของผู้ถือหุ้นในประเด็นที่สำคัญๆ ของบริษัท หรือในประเด็นที่ผู้ถือหุ้นมีข้อสงสัย
แม้ว่าประธานกรรมการจะไม่ใช่กรรมการอิสระ แต่จากการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเห็นว่าโครงสร้างดังกล่าวมีความเหมาะสมกับลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทและเป็นจุดแข็งที่ช่วยส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากประธานกรรมการเป็นผู้ริเริ่มนำเทคโนโลยีในการผลิตแผ่นพิมพ์วงจรไฟฟ้า (PCB) เข้ามาในประเทศไทยเป็นรายแรก จึงมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจการผลิต PCB มาอย่างยาวนาน และสามารถปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้ถือหุ้นส่วนน้อย มาโดยตลอด
ประธานกรรมการไม่มีอำนาจเหนือกว่ากรรมการท่านอื่นๆ ดังกฎหมายบริษัทมหาชนได้ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบเพิ่มเติมของประธานกรรมการบริษัท ไว้ดังนี้
- ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและควบคุมดูแลการประชุมให้ดำเนินไปอย่างเรียบร้อยเปิดโอกาสให้กรรมการทุกท่านได้แสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอย่างเต็มที่และเป็นอิสระ
- ในการประชุมคณะกรรมการหรือการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานจะเป็นผู้ลงคะแนนตัดสินในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน
- ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทหรือการประชุมผู้ถือหุ้นที่ประธานกรรมการมีส่วนได้ส่วนเสียกับการพิจารณาในวาระใด ประธานกรรมการจะไม่อยู่ในที่ประชุมและงดออกเสียงในวาระนั้นๆ
- ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
นอกจากหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะกรรมการแล้ว ประธานได้ยึดมั่นในจรรยาบรรณและนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีอยู่เสมอ เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท
2) คณะกรรมการบริหาร
คณะกรรมการบริษัท เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร ซึ่งประกอบด้วยกรรมการและผู้บริหารระดับสูงจากฝ่ายจัดการ ดังมีรายชื่อต่อไปนี้
| 1. นายบัญชา องค์โฆษิต | ประธานกรรมการบริหาร |
| 2. นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต | รองประธานกรรมการบริหาร |
| 3. นายพิธาน องค์โฆษิต | กรรมการบริหาร |
| 4. นายเฟรดดริก การาเพท โอฮาเนี่ยน | กรรมการบริหาร |
| 5. นางวสรา โชติธรรมรัตน์ | กรรมการบริหาร |
| 6. นายลิน โพชิง | กรรมการบริหาร |
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการบริหาร
- พิจารณานโยบาย ทิศทาง แผนยุทธศาสตร์ในการทำธุรกิจและโครงสร้างการบริหารงาน และงบประมาณประจำปีของบริษัทและบริษัทย่อย โครงการลงทุนทุกโครงการ แผนกำลังคนประจำปี
- อนุมัติการสรรหา/คัดเลือก/แต่งตั้ง ผู้บริหารระดับสูงในองค์กร (ระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย หรือ Assistance VP ขึ้นไป) และกำหนดค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
- กำกับดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารให้ดำเนินงานภายใต้นโยบายต่างๆ ที่กำหนดไว้ รับผิดชอบโดยรวมและควบคุมค่าใช้จ่ายและงบลงทุนตามขอบเขตที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติในแผนงานประจำปี
- ตรวจสอบ ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบาย และแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด
- รับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร และให้คำปรึกษาในการแก้ไขปัญหาเพื่อที่จะบรรลุ เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
- รับผิดชอบและอนุมัติการจัดหาวงเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
- ให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่คณะกรรมการเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
- แก้ไขปัญหาหรือความขัดแย้งใดๆ ที่มีผลกระทบกับองค์กร
- ดำรงไว้ซึ่งการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
- พิจารณาเรื่องการระดมทุนของบริษัท เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
- อนุมัติการแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัท
3) คณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการอิสระทั้งหมดซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบกำหนดไว้โดยจะปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลการบริหารกิจการต่างๆ ของบริษัทเพื่อให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรมและเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกคน
คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการ 3 ท่าน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
- กรรมการอิสระ 3 ท่าน
- ประธานกรรมการตรวจสอบเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงิน
รายชื่อและตำแหน่งคณะกรรมการตรวจสอบ
| 1. นายไพฑูรย์ ทวีผล | ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 2. นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการตรวจสอบ |
| 3. ดร. สุธี โมกขะเวส | กรรมการตรวจสอบ |
นางสาวชญานี ชัยเดชขจร ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการตรวจสอบ
- สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินที่ถูกต้องและเพียงพอ โดยจัดให้มีผู้สอบบัญชีเข้าร่วมประชุมด้วยทุกไตรมาส
- สอบทานให้บริษัทมีการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
- พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท ในกรณีที่เกิดรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้องครบถ้วน
- สอบทานให้บริษัท มีระบบการควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล รวมทั้งมีหน้าที่สอบทานรายงานผลการตรวจสอบ แนวทางการตรวจสอบ และประเมินผลการตรวจสอบการดำเนินงานด้านต่างๆ ของบริษัท ตามวิธีการและมาตรฐานที่ยอมรับโดยทั่วไปและประสานงานกับผู้สอบบัญชีของบริษัท
- พิจารณาคัดเลือกและเสนอแต่งตั้ง เลิกจ้าง ผู้สอบบัญชีภายนอกของบริษัท รวมทั้งการพิจารณาเสนอค่าตอบแทน การสอบบัญชี และมีการประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชีอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี โดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วม
- ประเมินความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัท และให้คำแนะนำในการลดความเสี่ยง
- ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้ง โยกย้าย และการพิจารณาความดี ความชอบ หรือการลงโทษหัวหน้าหน่วยงานการตรวจสอบภายในของบริษัท
- ให้ความเห็นชอบ แผนงานการตรวจสอบของหน่วยงานการตรวจสอบภายใน งบประมาณ และอัตรากำลังของหน่วยงานการตรวจสอบภายใน
- พิจารณาประเมินผลการกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบ และจัดทำรายงานกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบ เปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท และลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ โดยมีรายละเอียดในประเด็นสำคัญดังนี้
1) ความถูกต้อง เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน
2) ความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน
3) การปฏิบัติตามกฎหมายหลักทรัพย์ฯ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4) ความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
5) รายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
6) การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและการเข้าร่วมประชุมของกรรมการแต่ละท่าน
7) ความเห็นหรือข้อสังเกตที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่
8) รายการอื่นใดที่ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบ
- ประธานกรรมการตรวจสอบหรือกรรมการตรวจสอบต้องเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทเพื่อชี้แจงในเรื่องที่เกี่ยวกับคณะกรรมการตรวจสอบ หรือการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี
- พิจารณาทบทวนเพื่อปรับปรุงกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำทุกปี (หากมีความจำเป็น)
- สอบทานให้บริษัท มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานที่เหมาะสม โดยร่วมหารือกับคณะทำงานบริหารความเสี่ยงของฝ่ายจัดการถึงนโยบายหลักของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงและการประเมินความเสี่ยงทุกด้าน รวมทั้งความเสี่ยงจากทุจริตคอร์รัปชั่น
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย
- รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบ ให้คณะกรรมการบริษัททราบทุกไตรมาส
4) คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งประกอบด้วยกรรมการ 3 ท่าน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
- กรรมการอิสระ 2 ท่าน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน
- ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เป็นกรรมการอิสระ
รายชื่อและตำแหน่งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
| 1. นายไพฑูรย์ ทวีผล | ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน |
| 2. นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน |
| 3. แพทย์หญิงจันทิมา องค์โฆษิต | กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน |
นางวสรา โชติธรรมรัตน์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ในการสรรหา
- พิจารณาโครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท โดยรวม และรายบุคคล ที่เหมาะสมกับขนาด ประเภท และความซับซ้อนของธุรกิจของบริษัท คุณสมบัติของกรรมการแต่ละคนในด้านการศึกษา ความรู้ ความชำนาญ ทักษะ ประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่
- พิจารณาคุณสมบัติของกรรมการอิสระให้สอดคล้องตามหลักเเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด
- พิจารณาคุณสมบัติของผู้บริหารสูงสุดที่เหมาะสมกับการบริหารจัดการธุรกิจของบริษัทเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้โดยให้ครอบคลุมทั้งในด้านการศึกษา ประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และนำปัจจัยสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่สำคัญและเกี่ยวข้อง มาประกอบการพิจารณาด้วย
- กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือขั้นตอนการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ให้สอดคล้องกับโครงสร้างและคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ และเหมาะสมลักษณะเฉพาะขององค์กร ทั้งนี้ โดยยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- จัดทำแผนการพัฒนากรรมการ เพื่อพัฒนาความรู้กรรมการปัจจุบันและกรรมการเข้าใหม่ให้เข้าใจธุรกิจและบทบาทหน้าที่ของกรรมการบริษัท และพัฒนาการต่างๆ ที่สำคัญ กำกับดูแลให้บริษัท จัดให้มีการปฐมนิเทศ มอบเอกสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ ร
- จัดทำและทบทวนแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession plan) ของผู้บริหารสูงสุดของบริษัท เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นแผนต่อเนื่องให้มีผู้สืบทอดงาน ในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งนั้นๆ เกษียณอายุ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพื่อให้การบริหารงานของบริษัทสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
- สนับสนุนให้บริษัท เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอรายชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการบริษัท
- คัดเลือกกรรมการบริษัทที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท พิจารณาแต่งตั้งเมื่อมีตำแหน่งว่างลง
- สรรหาและพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ทดแทนกรรมการที่ครบวาระ หรือกรณีอื่นๆ กรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ กรรมการผู้จัดการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท และที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณา
- ประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ในการกำหนดค่าตอบแทน
- ทบทวนและเสนอรูปแบบ ตลอดจนหลักเกณฑ์การกำหนดค่าตอบแทนให้เหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการ โดยเชื่อมโยงค่าตอบแทนกับผลการประเมิน แผนธุรกิจ และผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัท เพื่อให้สามารถจูงใจและรักษากรรมการที่มีความสามารถ มีคุณภาพ และศักยภาพ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการบริษัท เป็นผู้พิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีเพื่อขออนุมัติ
- พิจารณาให้ความเห็นชอบและทบทวนแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติ และดำเนินการประเมินโดยคณะกรรมการสรรหาฯ จะนำผลการประเมินดังกล่าวมาใช้ประกอบการพิจารณากําหนดค่าตอบแทนกรรมการ
- พิจารณาอนุมัติ และทบทวนแบบประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- พิจารณาอนุมัติ และทบทวนโครงสร้างและองค์ประกอบค่าตอบแทน รวมถึง ค่าตอบแทนอื่นๆ สำหรับประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นประจำทุกปี
- ประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีและพิจารณาปรับอัตราค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เพื่อเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท
- ประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
5) คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วยกรรมการ 4 ท่าน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
รายชื่อและตำแหน่งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
| 1. นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน |
| 2. นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต | กรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน |
| 3. นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน |
| 4. นายสรรค์ เสนาดิสัย | กรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน |
นางสุวดี เศรษฐสุข ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน
- กำหนดนโยบายและเสนอแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ต่อคณะกรรมการบริษัท
- ติดตามดูแลการปฏิบัติงานของกรรมการและฝ่ายจัดการ ให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งหลักสากล
- ทบทวนและกำหนดหลักเกณฑ์ ข้อพึงปฏิบัติที่สำคัญ และปรับปรุงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และเหมาะสม
- รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท พร้อมความเห็น แนวปฏิบัติ และข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปรับปรุงตามความเหมาะสม
- ครอบคลุมการกำกับดูแลการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
- คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน จะต้องจัดให้มีการประชุมตามความจำเป็นและความเหมาะสมโดยจะต้องมีการประชุมไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อปี และรายงานผลการประชุมให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ
6) คณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการ นโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร โดยแต่งตั้งกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้าร่วมเป็นกรรมการ
รายชื่อและตำแหน่ง คณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
| 1. นายครรชิต บุนะจินดา | ประธานคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
| 2. นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
| 3. นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
| 4. นายพิธาน องค์โฆษิต | กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
| 5. ดร.สุธี โมกขะเวส | กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
นางสาวกาญจนา ขวัญนิมิตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
- กำหนดนโยบายและแนวทางการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของบริษัทให้ครอบคลุมความเสี่ยงในทุกๆ ด้าน เพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาให้ความเห็นชอบ
- พิจารณาความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัท และเสนอแนะวิธีป้องกัน หรือลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
- ทบทวนความเพียงพอของนโยบายและระบบการบริหารความเสี่ยง โดยรวมถึงความมีประสิทธิผลของระบบและการปฏิบัติตามนโยบายที่กำหนด
- ดูแล ติดตาม ประเมินผล รวมทั้งปรับปรุงแผนการดำเนินงาน เพื่อลดความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และเหมาะสมกับภาวการณ์ดำเนินธุรกิจของบริษัท
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายตามที่เห็นสมควร
- ประชุมและรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการโดยแต่งตั้งจากผู้บริหารระดับสูงจากฝ่ายจัดการของส่วนงานทุกฝ่ายของบริษัท และมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นประธานกรรมการ
รายชื่อและตำแหน่งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ
| 1. นายพิธาน องค์โฆษิต | ประธานกรรมการ |
| 2. นายเฟรดดริก การาเพท โอฮาเนี่ยน | กรรมการ |
| 3. นางวสรา โชติธรรมรัตน์ | กรรมการ |
| 4. นายอรรถสิทธิ์ องค์โฆษิต | กรรมการ |
| 5. นายวิบูรณ์ สุนทรวิวัฒน์ | กรรมการ |
| 6. นางสาวนิตยา โรจนกำพล | กรรมการ |
| 7. นายรัชพล สันธนะพันธ์ | กรรมการ |
| 8. นายลิน โพ ซิง | กรรมการ |
นางสาวกาญจนา ขวัญนิมิตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ
- รับผิดชอบให้มีการประเมินความเสี่ยง จัดทำ และกำกับดูแลการดำเนินการตามแผนการจัดการความเสี่ยงในระดับองค์กร
- กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้
- กำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงของบริษัทให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยง และติดตามการนำไปปฏิบัติ สอบทานประสิทธิผลของกรอบการบริหารความเสี่ยง
- สอบทานการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งดำเนินการเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการจัดการความเสี่ยงของบริษัทมีความเพียงพอและเหมาะสม สามารถจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และกำกับดูแลให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินงานตามแผนการจัดการความเสี่ยง
- จัดให้มีการประชุมทบทวนผลการดำเนินงานตามระบบบริหารความเสี่ยง พร้อมรายงานผลต่อคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร ทราบเป็นประจำต่อเนื่องทุกไตรมาส
รายละเอียดการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | การเข้าร่วมประชุมของกรรมการ | เข้าประชุม AGM | เข้าประชุม EGM | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| การเข้า ประชุม (ครั้ง) | / | สิทธิในการประชุม (ครั้ง) | การเข้า ประชุม (ครั้ง) | / | สิทธิในการประชุม (ครั้ง) | การเข้า ประชุม (ครั้ง) | / | สิทธิในการประชุม (ครั้ง) | |
| 1. นาย บัญชา องค์โฆษิต (ประธานกรรมการ) |
12 | / | 14 | 1 | / | 1 | N/A | / | N/A |
| 2. นาย พิธาน องค์โฆษิต (รองประธานกรรมการ) |
14 | / | 14 | 1 | / | 1 | N/A | / | N/A |
| 3. นาง จันทิมา องค์โฆษิต (กรรมการ) |
14 | / | 14 | 1 | / | 1 | N/A | / | N/A |
| 4. นาง วรลักษณ์ องค์โฆษิต (กรรมการ) |
14 | / | 14 | 1 | / | 1 | N/A | / | N/A |
| 5. นาง ศิริพรรณ สันธนะพันธ์ (กรรมการ) |
14 | / | 14 | 1 | / | 1 | N/A | / | N/A |
| 6. นาย ไพฑูรย์ ทวีผล (กรรมการ, กรรมการอิสระ) |
14 | / | 14 | 1 | / | 1 | N/A | / | N/A |
| 7. นาย ครรชิต บุนะจินดา (กรรมการ, กรรมการอิสระ) |
14 | / | 14 | 1 | / | 1 | N/A | / | N/A |
| 8. นาย สุธี โมกขะเวส (กรรมการ, กรรมการอิสระ) |
13 | / | 14 | 0 | / | 1 | N/A | / | N/A |
| 9. นาย สรรค์ เสนาดิสัย (กรรมการ, กรรมการอิสระ) |
14 | / | 14 | 1 | / | 1 | N/A | / | N/A |
รายละเอียดการสรุปสัดส่วนการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | อัตราการเข้าประชุมคณะกรรมการบริษัท | อัตราการเข้า ประชุม AGM |
อัตราการเข้า ประชุม EGM |
|---|---|---|---|
| 1. นาย บัญชา องค์โฆษิต (ประธานกรรมการ) |
12/14 (85.71%) |
1/1 (100.00%) |
N/A |
| 2. นาย พิธาน องค์โฆษิต (รองประธานกรรมการ) |
14/14 (100.00%) |
1/1 (100.00%) |
N/A |
| 3. นาง จันทิมา องค์โฆษิต (กรรมการ) |
14/14 (100.00%) |
1/1 (100.00%) |
N/A |
| 4. นาง วรลักษณ์ องค์โฆษิต (กรรมการ) |
14/14 (100.00%) |
1/1 (100.00%) |
N/A |
| 5. นาง ศิริพรรณ สันธนะพันธ์ (กรรมการ) |
14/14 (100.00%) |
1/1 (100.00%) |
N/A |
| 6. นาย ไพฑูรย์ ทวีผล (กรรมการ, กรรมการอิสระ) |
14/14 (100.00%) |
1/1 (100.00%) |
N/A |
| 7. นาย ครรชิต บุนะจินดา (กรรมการ, กรรมการอิสระ) |
14/14 (100.00%) |
1/1 (100.00%) |
N/A |
| 8. นาย สุธี โมกขะเวส (กรรมการ, กรรมการอิสระ) |
13/14 (92.86%) |
N/A | N/A |
| 9. นาย สรรค์ เสนาดิสัย (กรรมการ, กรรมการอิสระ) |
14/14 (100.00%) |
1/1 (100.00%) |
N/A |
| อัตราการเข้าร่วมประชุมเฉลี่ย | (97.62%) | 88.89% | N/A |
ผู้บริหารระดับสูง
ปี 2568 บริษัทมีผู้บริหารจำนวน 9 ท่าน ดังนี้
| 1) นายบัญชา องค์โฆษิต | ประธานกรรมการบริหาร |
| 2) นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต | รองประธานกรรมการบริหาร / ผู้อำนวยการสำนักบริหาร |
| 3) นายพิธาน องค์โฆษิต | ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ |
| 4) นายเฟรดดริก การาเพท โอฮาเนี่ยน | ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานปฎิบัติการผลิต |
| 5) นางสาวสิวิภา มหธราดล | ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ |
| 6) นางวสรา โชติธรรมรัตน์ | ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบัญชีและการเงิน |
| 7) นายอรรถสิทธิ์ องค์โฆษิต | ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ |
| 8) นายวิบูรณ์ สุนทรวิวัฒน์ | ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล |
| 9) นายบุญชวน อิมราพร | ผู้อำนวยการอาวุโสด้านวิศวกรรมการผลิต |
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ
กรรมการผู้จัดการมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารบริษัท ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และจะต้องบริหารบริษัทตามแผนงานหรืองบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการอย่างเคร่งครัด ซื่อสัตย์ สุจริตและระมัดระวัง รักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นอย่างดีที่สุด รวมไปถึงอำนาจหน้าที่ในเรื่องหรือกิจการต่างๆ ดังต่อไปนี้
- ควบคุม ดูแลการดำเนินกิจการ และ/หรือ การบริหารงานทั่วไปของบริษัท
- บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยพนักงาน และลูกจ้าง ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างออกจากตำแหน่งตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด แต่ถ้าเป็นพนักงานระดับฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารก่อน
- มีอำนาจอนุมัติการว่าจ้างผู้บริหารระดับผู้อำนวยการอาวุโส และระดับผู้อำนวยการ ผู้จัดการ
- มีอำนาจในการบังคับบัญชา ติดต่อ สั่งการ ดำเนินการ ตลอดจนเข้ามาลงนามในนิติกรรมสัญญา เอกสารคำสั่ง หนังสือแจ้งหรือหนังสือใดๆ ที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และบุคคลอื่น ตลอดจนให้มีอำนาจกระทำการใดๆ ที่จำเป็นและสมควรเพื่อให้การดำเนินการข้างต้นสำเร็จลุล่วงไป
- มีอำนาจอนุมัติ และมอบอำนาจช่วงอนุมัติเบิกจ่ายเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งทรัพย์สินและบริการ เพื่อประโยชน์ของบริษัท ซึ่งอำนาจการอนุมัติดังกล่าว จะเป็นการอนุมัติรายการปกติทั่วไปทางการค้าที่มีวงเงินไม่เกิน 800 ล้านบาท ต่อรายการ และอนุมัติค่าใช้จ่ายในการซื้อทรัพย์สินอื่นในวงเงินไม่เกิน 400 ล้านบาทต่อรายการ หากเกินจำนวนที่สามารถอนุมัติให้นำเสนอเพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
- มีอำนาจอนุมัติวงเงินการปรับเงินเดือนและโบนัส หรือสูตรโบนัส หรือการปรับผลตอบแทนประจำปีของผู้บริหารและพนักงาน
- ดำเนินการให้มีการจัดทำและส่งมอบนโยบายทางธุรกิจ รวมถึงแผนงานและงบประมาณ ต่อคณะกรรมการเพื่อขออนุมัติ และมีหน้าที่รายงานความก้าวหน้าตามแผน และงบประมาณที่ได้รับอนุมัติดังกล่าวต่อคณะกรรมการในทุกๆ 3 เดือน
- ดำเนินการหรือปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงานและงบประมาณ ที่ได้อนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และ/หรือ คณะกรรมการบริหารของบริษัท
- มีอำนาจในการมอบอำนาจช่วง และ/หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนได้โดยการมอบช่วง และ/หรือ การมอบหมายดังกล่าวให้อยู่ภายใต้ขอบเขตแห่งการมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจฉบับนี้ และ/หรือ ให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งที่คณะกรรมการบริษัท และ/หรือ บริษัทกำหนดไว้
- อนุมัติการแต่งตั้งผู้มีอำนาจลงนามเอกสารสั่งจ่ายเงินของบริษัท รวมถึงสัญญาต่างๆ เอกสารทางบัญชีและการเงิน และเอกสารทั่วไป
- เป็นที่ปรึกษาฝ่ายจัดการในเรื่องเกี่ยวกับนโยบายด้านการเงิน การตลาด การบริหารงานบุคคล และด้านการปฏิบัติอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
- มีอำนาจอนุมัติการแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านต่างๆที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัท
- เป็นผู้รับมอบอำนาจของบริษัทในการบริหารกิจการของบริษัทให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ นโยบาย ระเบียบ ข้อกำหนด คำสั่ง มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และ/หรือมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหารทุกประการ
เลขานุการบริษัท
เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คณะกรรมการบริษัท มีมติแต่งตั้ง นางวสรา โชติธรรมรัตน์ เป็นเลขานุการบริษัท เพื่อช่วยดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัทในการดูแลบริหารกิจการให้ดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้เลขานุการบริษัทรับผิดชอบดำเนินการดังต่อไปนี้ ในนามของบริษัท หรือคณะกรรมการ
- จัดทำและเก็บรักษาเอกสารดังต่อไปนี้
1) ทะเบียนกรรมการ
2) หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการ รายงานการประชุมคณะกรรมการ และรายงานประจำปีของบริษัท
3) หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
- เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการหรือผู้บริหาร
- ดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
- จัดการประชุมผู้ถือหุ้น และประชุมคณะกรรมการให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัท และข้อพึงปฏิบัติต่างๆ
- ร่างนโยบายด้านการบริหารต่างๆ
- บันทึกรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น และการประชุมคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งติดตามผลให้มีการปฏิบัติตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นและที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
- ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานสารสนเทศในส่วนที่รับผิดชอบต่อหน่วยงานที่กำกับบริษัทตามระเบียบ และข้อกำหนดของหน่วยงานทางราชการ
- ดูแลให้บริษัทและคณะกรรมการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ของสำนักคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ส่งเสริมให้บริษัทมีมาตรฐานด้านบรรษัทภิบาลที่เหมาะสม
- ติดต่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้นทั่วไปให้ได้รับสิทธิต่างๆของผู้ถือหุ้นและข่าวสารของบริษัท
- ดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัท
ประวัติโดยสังเขปของเลขานุการบริษัท
นางวสรา โชติธรรมรัตน์
- ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบัญชีและการเงิน
- ปริญญาโทบริหารธุรกิจ คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- คุณสมบัติ: มีความรู้ด้านบัญชีที่เกี่ยวข้อง มีความสามารถในการสรุปประเด็น การจัดทำรายงานการประชุม การจัดประชุมผู้ถือหุ้น มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีภาวะผู้นำ มีความสามารถในการสื่อสารและการประสานงาน และเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต
- ผ่านการอบรมด้านงานเลขานุการบริษัทจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และการอบรม สัมมนา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
ค่าตอบแทนกรรมการ
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณาหลักเกณฑ์และรูปแบบค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมที่สะท้อนถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ และความเหมาะสมที่เชื่อมโยงกับความสำเร็จในการปฏิบัติงาน ผลประกอบการ ปัจจัยแวดล้อมอื่น ตลอดจนพิจารณาเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนของบริษัทอื่นที่อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยนำผลสำรวจค่าตอบแทนกรรมการที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) มาประกอบการพิจารณาเปรียบเทียบด้วย
1) นโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ ในรูปแบบของค่าตอบแทนกรรมการ 3 ประเภท ได้แก่ ค่าตอบแทนรายเดือน ค่าตอบแทนรายปี และค่าเบี้ยประชุม โดยพิจารณาถึงภารกิจ ความรับผิดชอบ และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ โดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนของบริษัทอื่นที่มีขนาดและลักษณะของธุรกิจที่ใกล้เคียงกันทั้งนี้ ค่าตอบแทนดังกล่าว มีหลักเกณฑ์เดียวกันสำหรับกรรมการทั้งคณะ ซึ่งรวมถึงกรรมการที่เป็นผู้บริหารด้วย
ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนได้พิจารณาทบทวนค่าตอบแทนกรรมการและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาเห็นชอบ และนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกปี ค่าตอบแทนกรรมการในปี 2566 และ ปี 2567 ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 40/2566 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 และ ครั้งที่ 41/2567 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 แล้ว ตามลำดับ
ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง | ค่าตอบแทนรายปี (บาท) | ค่าเบี้ยประชุม (บาท) | ||
|---|---|---|---|---|---|---|
| ปี 2567 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2566 | |||
| 1. | นายบัญชา องค์โฆษิต | ประธานกรรมการ | 2,200,000 | 2,200,000 | 585,000 | 520,000 |
| 2. | นายพิธาน องค์โฆษิต | รองประธาน | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 3. | แพทย์หญิงจันทิมา องค์โฆษิต | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 4. | นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 5. | นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 6. | นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 7. | นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 8. | ดร. สุธี โมกขะเวส | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 9. | ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย (1) | รองประธาน | - | - | - | 220,000 |
| 10. | นายสรรค์ เสนาดิสัย (2) | กรรมการ | 1,100,000 | 1,100,000 | 520,000 | 200,000 |
| รวมทั้งสิ้น |
11,000,000
|
11,000,000
|
4,745,000
|
4,160,000
|
||
| จำนวนครั้งที่ประชุม |
13 ครั้ง
|
12 ครั้ง
|
||||
หมายเหตุ:
(1) ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566
(2) นายสรรค์ เสนาดิสัย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัทครั้งที่ 7/2566 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566
ค่าตอบแทนคณะกรรมการตรวจสอบ
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง | ค่าตอบแทนรายปี (บาท) | ค่าเบี้ยประชุม (บาท) | ||
|---|---|---|---|---|---|---|
| ปี 2567 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2566 | |||
| 1. | นายไพฑูรย์ ทวีผล | ประธานกรรมการ |
560,000
|
560,000
|
200,000
|
240,000
|
| 2. | นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการ |
480,000
|
480,000
|
175,000
|
210,000
|
| 3. | ดร. สุธี โมกขะเวส | กรรมการ |
480,000
|
480,000
|
105,000
|
210,000
|
| รวมทั้งสิ้น |
1,520,000
|
1,520,000
|
480,000
|
660,000
|
||
| จำนวนครั้งที่ประชุม |
5 ครั้ง
|
6 ครั้ง
|
||||
ค่าตอบแทนคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุม (บาท) | |
|---|---|---|---|---|
| ปี 2567 | ปี 2566 | |||
| 1. | นายไพฑูรย์ ทวีผล | ประธานกรรมการ |
30,000
|
90,000
|
| 2. | นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการ |
25,000
|
75,000
|
| 3. | ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย (1) | กรรมการ |
-
|
25,000
|
| 4. | พญ. จันทิมา องค์โฆษิต (1) | กรรมการ |
25,000
|
25,000
|
| รวมทั้งสิ้น |
80,000
|
215,000
|
||
| จำนวนครั้งที่ประชุม |
1 ครั้ง
|
3 ครั้ง
|
||
หมายเหตุ:
(1) ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566
(2) พญ. จันทิมา องค์โฆษิต ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 7/2566 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566
ค่าตอบแทนคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุม (บาท) | |
|---|---|---|---|---|
| ปี 2567 | ปี 2566 | |||
| 1. | นายครรชิต บุนะจินดา | ประธานกรรมการ |
120,000
|
120,000
|
| 2. | นายพิธาน องค์โฆษิต | กรรมการ |
100,000
|
100,000
|
| 3. | นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการ |
100,000
|
100,000
|
| 4. | นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | กรรมการ |
100,000
|
100,000
|
| 5. | ดร. สุธี โมกขะเวส | กรรมการ |
75,000
|
50,000
|
| 6. | ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย (1) | กรรมการ |
-
|
50,000
|
| รวมทั้งสิ้น |
495,000
|
520,000
|
||
| จำนวนครั้งที่ประชุม |
4 ครั้ง
|
4 ครั้ง
|
||
หมายเหตุ:
(1) ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566
ค่าตอบแทนคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุม (บาท) | |
|---|---|---|---|---|
| ปี 2566 | ปี 2565 | |||
| 1. | นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | ประธานกรรมการ |
90,000
|
60,000
|
| 2. | นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต | กรรมการ |
75,000
|
50,000
|
| 3. | นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการ |
75,000
|
50,000
|
| 4. | นายสรรค์ เสนาดิสัย | กรรมการ |
50,000
|
-
|
| รวมทั้งสิ้น |
290,000
|
160,000
|
||
| จำนวนครั้งที่ประชุม |
3 ครั้ง
|
2 ครั้ง
|
||
หมายเหตุ:
(1) นายสรรค์ เสนาดิสัย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567
2) นโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนของผู้บริหารโดยมีคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาและทบทวนค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงเพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ ซึ่งค่าตอบแทนดังกล่าว มีการกำหนดอย่างเหมาะสม ตามโครงสร้างค่าตอบแทนของบริษัท และพิจารณาเปรียบเทียบกับ ข้อมูลการสำรวจการจ่ายค่าตอบแทนจากสถาบันและองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือ อัตราเงินเฟ้อ ผลการดำเนินการของบริษัท ผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละท่าน และสอดคล้องกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายด้วย โดยมีการให้ผลตอบแทนแก่ผู้บริหารเป็นเงินเดือน โบนัส และเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ดังนี้
ค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง
| ประเภทค่าตอบแทน | ปี 2567 | ปี 2566 | ||
|---|---|---|---|---|
| จำนวนราย | จำนวนเงิน (บาท) | จำนวนราย | จำนวนเงิน (บาท) | |
| เงินเดือน |
8
|
32,035,768
|
10
|
30,357,341
|
| โบนัส/ เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ |
5,450,098
|
4,835,201
|
||
ค่าตอบแทนอื่นสำหรับกรรมการและผู้บริหาร
ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการจัดตั้งโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้างบริษัทเคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) - ครั้งที่ 2 (Employee Joint Investment Program: "EJIP") ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการให้ผลตอบแทนแก่พนักงานและผู้บริหารของบริษัท และบริษัทย่อย เพื่อสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการ อีกทั้งเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานและรักษาบุคคลากรไว้กับบริษัทในระยะยาว ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ โดยในแต่ละเดือน บริษัทจะหักเงินเดือนผู้เข้าร่วมโครงการในอัตราร้อยละ 4 ถึง 20 จากฐานเงินเดือน และบริษัทจะจ่ายเงินสมทบให้ผู้เข้าร่วมโครงการในอัตราร้อยละ 100 ของเงินสะสมที่พนักงานจ่ายเข้าโครงการ โดย พนักงานที่เข้าร่วมโครงการจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการห้ามจำหน่ายจ่ายโอนหุ้น (Silent Period) อย่างเคร่งครัด
บุคลากร
จำนวนพนักงานทั้งหมดของบมจ.เคซีอี อีเล็คโทรนิคส์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม
| บุคลากร | ปี 2567 (คน) | ปี 2566 (คน) | ปี 2565 (คน) | ปี 2564 (คน) |
|---|---|---|---|---|
| ผู้บริหาร (ระดับผู้ช่วยผู้จัดการขึ้นไป) | 77 | 73 | 75 | 65 |
| พนักงานฝ่ายขายและบริหาร | 154 | 153 | 180 | 143 |
| พนักงานสายการผลิต | 751 | 812 | 794 | 766 |
| พนักงานสายการผลิต – เหมาช่วง | 1,574 | 1,746 | 1,688 | 1,552 |
| รวมบุคลากรทั้งสิ้น* | 2,556 | 2,784 | 2,737 | 2,526 |
จำนวนพนักงานทั้งหมดของบมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม
| บุคลากร | ปี 2567 (คน) | ปี 2566 (คน) | ปี 2565 (คน) | ปี 2564 (คน) |
|---|---|---|---|---|
| บมจ. เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ | 2,556 | 2,784 | 2,737 | 2,526 |
| บจ. เคซีอี เทคโนโลยี | 1,659 | 1,824 | 1,820 | 1,824 |
| บจ. เค ซี อี อินเตอร์เนชั่นแนล | - | - | 142 | 257 |
| บจ. ไทยลามิเนต แมนูแฟคเจอเรอร์ | 341 | 334 | 346 | 345 |
| กลุ่มบริษัท เคมโทรนิคส์ | 70 | 69 | 70 | 64 |
| บจ. เคซีอี ประเทศไทย | 17 | 16 | 16 | 16 |
| บจ. เซอร์กิต โฮลดิ้ง | - | - | - | - |
| รวมบุคลากรในประเทศ | 4,643 | 5,027 | 5,131 | 5,032 |
| บจ. เคซีอี สิงคโปร์ พีทีอี | 29 | 29 | 32 | 32 |
| บจ. เคซีอี อเมริกา อิงค์ | 26 | 26 | 26 | 26 |
| อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด | 14 | - | - | - |
| รวมบุคลากรในต่างประเทศ | 69 | 50 | 58 | 58 |
| รวมบุคลากรทั้งสิ้น* | 4,712 | 5,082 | 5,189 | 5,090 |
*นับรวมพนักงานเหมาช่วง
ค่าตอบแทนของพนักงาน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทมีบุคลากรทั้งหมดจำนวน 2,556 คน โดยในปี 2567 บริษัทได้จ่ายผลตอบแทนให้แก่พนักงานจำนวนทั้งสิ้น 1,114 ล้านบาท ซึ่งผลตอบแทน ได้แก่ เงินเดือนและค่าแรง ค่าล่วงเวลา เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ เงินโบนัส ค่าตอบแทนอื่นๆ เงินประกันสังคม เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และโครงการผลประโยชน์พนักงานอื่นๆ นอกจากนี้ในปี 2567 บริษัทย่อยซึ่งมีพนักงานทั้งหมดรวม 2,156 คน ได้จ่ายค่าตอบแทนให้แก่พนักงานในลักษณะเดียวกันกับบริษัทเป็นจำนวนเงิน 1,229 ล้านบาท
| ค่าตอบแทนพนักงาน | ปี 2567 (ล้านบาท) | ปี 2566 (ล้านบาท) | ปี 2565 (ล้านบาท) | ปี 2564 (ล้านบาท) |
|---|---|---|---|---|
| บมจ. เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ | 1,114 | 1,144 | 1,259 | 1,139 |
| บริษัทย่อย (รวมบริษัทย่อยในต่างประเทศ) | 1,229 | 1,249 | 1,350 | 1,325 |
| รวมค่าตอบแทนพนักงาน | 2,343 | 2,393 | 2,609 | 2,464 |
ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี
คณะกรรมการจัดให้มีผู้ตรวจสอบบัญชีที่เป็นอิสระและมีคุณสมบัติที่ได้รับการยอมรับและได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท โดยแต่งตั้งผู้สอบบัญชีหมุนเวียนอย่างน้อยทุกๆ 7 ปี และผู้สอบบัญชีรายใดที่ปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว 7 รอบบัญชีไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่จะไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่สอบบัญชีของบริษัท เว้นแต่เมื่อพ้นระยะเวลาอย่างน้อย 5 รอบปีบัญชีติดต่อกัน
ผู้สอบบัญชีมีอำนาจในการตรวจสอบบัญชีเอกสารและหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับรายได้และค่าใช้จ่าย รวมไปถึงสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทในช่วงเวลาทำการ ในกรณีนี้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจในการซักถามกรรมการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ของบริษัททุกๆ ตำแหน่งและผู้แทนของบริษัทฯ เพื่อให้ข้อเท็จจริงทางการเงินหรือจัดหาเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้งเมื่อมีการพิจารณางบการเงิน และประเด็นที่เกี่ยวข้องในด้านบัญชีของบริษัทฯ
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ของ บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อย ประจำปี 2567 และอนุมัติค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีประจำปีของกลุ่มบริษัท รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 4,475,000 บาท
โดยในระหว่างปี 2567 บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย คือ บริษัท เซอร์กิต โฮลดิ้ง จำกัด และค่าสอบบัญชีของบริษัทย่อยที่เพิ่มนี้ ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการเป็นผู้อนุมัติการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชีสำหรับบริษัทย่อยที่อาจจัดตั้งขึ้นใหม่หรือเปลี่ยนแปลงไปในระหว่างปี 2567
| รายนามผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น | เลขที่ใบอนุญาต |
|---|---|
| 1) นายสุเมธ แจ้งสามสี | 9362 |
| 2) นายโชคชัย งามวุฒิกุล | 9728 |
| 3) นายวีระชัย รัตนจรัสกุล | 4323 |
| 4) นายธีรวัฒน์ วิทยาภาเลิศ | 11464 |
ทั้งนี้ ผู้สอบบัญชีที่เป็น Key Audit Partner ในการตรวจสอบรายงานทางการเงินของบริษัทในปี 2567 คือ นายสุเมธ แจ้งสามสี ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบบัญชีของบริษัทเป็นปีที่ 5
ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัท และบริษัทย่อย 8 แห่งที่จ่ายให้สำนักงานสอบบัญชี บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด มีดังนี้
1. ค่าสอบบัญชี (Audit Fee)
(หน่วย: บาท)
| บริษัท | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|
| 1. บริษัท เคซีอี อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) | 1,657,000 | 1,657,000 | 1,563,000 |
| 2. บริษัท เค ซี อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด | 100,000 | 115,000 | 200,000 |
| 3. บริษัท เคซีอี เทคโนโลยี จำกัด | 1,112,000 | 1,112,000 | 1,049,000 |
| 4. บริษัท ไทยลามิเนต แมนูแฟคเจอเรอร์ จำกัด | 589,000 | 589,000 | 556,000 |
| 5. บริษัท เคซีอี (ประเทศไทย) จำกัด | 375,000 | 375,000 | 357,000 |
| 6. บริษัท เคมโทรนิคส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด | 75,000 | 75,000 | 75,000 |
| 7. บริษัท เคมโทรนิคส์ โปรดักส์ จำกัด | 294,000 | 294,000 | 280,000 |
| 8. บริษัท ซีทีซี เคมิคอล จำกัด | 273,000 | 273,000 | 260,000 |
| 9. บริษัท เซอร์กิต โฮลดิ้ง จำกัด* | 150,000 | - | - |
| รวมค่าสอบบัญชีประจำปี | 4,625,000 | 4,490,000 | 4,340,000 |
*จัดตั้งเมื่อวันที่ 18 ตุลคาม 2567
2. ค่าบริการอื่น (Non-Assurance Services)
(หน่วย: บาท)
| บริษัท | ค่าบริการอื่น | 2567 | 2566 | 2565 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ส่วนที่จ่ายไปในระหว่างปีบัญชี | ส่วนที่ต้องจ่ายในอนาคต | ยอดรวม | ยอดรวม | ||
| 1. บริษัท เคซีอี อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) | ค่าตรวจสอบการทำลายสินค้าและสินทรัพย์ | 15,000 | - | 15,000 | 15,000 |
| 2. บริษัท เค ซี อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด | ค่าตรวจสอบการทำลายสินค้าและสินทรัพย์ | - | - | 15,000 | 15,000 |
| 3. บริษัท เคซีอี เทคโนโลยี จำกัด | ค่าตรวจสอบการทำลายสินค้าและสินทรัพย์ | 15,000 | - | 15,000 | - |
| 4. บริษัท เคซีอี อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) | ค่าตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมการลงทุน | - | 140,000 | 140,000 | 70,000 |
| 5. บริษัท เคซีอี เทคโนโลยี จำกัด | ค่าตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมการลงทุน | - | 140,000 | 210,000 | 210,000 |
| 6. บริษัท ไทยลามิเนต แมนูแฟคเจอเรอร์ จำกัด | ค่าตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมการลงทุน | - | 130,000 | 195,000 | 195,000 |
| 7. บริษัท เคมโทรนิคส์ เทคโนโลยี จำกัด | ค่าตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมการลงทุน | - | - | - | - |
| 8. บริษัท เคมโทรนิคส์ โปรดักส์ จำกัด | ค่าตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมการลงทุน | - | 120,000 | 120,000 | 120,000 |
| รวมค่าบริการอื่น | 30,000 | 530,000 | 710,000 | 625,000 | |
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ผู้สอบบัญชีของบริษัท ยืนยันต่อคณะกรรมการตรวจสอบในการรักษาความเป็นอิสระของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีต่อบริษัท และบริษัทย่อย ตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี โดยมิได้ถือหุ้นในบริษัท และบริษัทย่อย มิได้มีการให้บริการด้านอื่น ซึ่งมิใช่งานตรวจสอบบัญชี และสำนักงานตรวจสอบบัญชีมิได้จัดซื้อสินค้าและบริการจากบริษัท แต่อย่างใด
หลักบรรษัทภิบาล
การกำกับดูแลกิจการที่ดี หมายถึง การจัดโครงสร้าง และกลไกการบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
การกำกับดูแลกิจการที่ดี จะช่วยส่งเสริมให้องค์กรมีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว อันนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของผู้ถือหุ้น และร่วมสร้างประโยชน์ร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
เคซีอี ได้กำหนดนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานทุกคน ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน เพื่อส่งเสริมให้เคซีอีเป็นบริษัทที่มีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ มีการกำกับดูแลกิจการและการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ มีคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้
การจัดโครงสร้าง และกลไกการบริหารจัดการดังกล่าว สะท้อนหลักการที่สำดัญดังต่อไปนี้
- ซื่อสัตย์ สุจริต (Honesty)
ดำเนินธุรกิจและปฏิบัติงานโดยถือเอาประโยชน์ขององค์กรเป็นสำคัญ ตั้งมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์ สุจริตต่อหน้าที่ตนเอง และต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่เอารัดเอาเปรียบ รวมทั้งตระหนักว่าการทุจริตเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ - โปร่งใส (Transparency)
ดำเนินธุรกิจและปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส พร้อมเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญของบริษัทอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และพร้อมรับการตรวจสอบได้อยู่เสมอ ตลอดจนเปิดกว้างรับความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง - มีความเสมอภาค (Equitable Treatment)
ดำเนินธุรกิจและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วยความเสมอภาค เท่าเทียมกัน และเคารพในหลักแห่งสิทธิมนุษยชน - เป็นธรรม (Fairness)
ดำเนินธุรกิจและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วยความเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ที่สมดุลร่วมกัน - ยึดมั่นคำสัญญา (Accountability)
ดำเนินธุรกิจและปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ในการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบาย ระบบงานที่ดี และข้อตกลงสัญญาที่ได้ให้ไว้กับผู้เกี่ยวข้องต่างๆ - ใส่ใจดูแลสังคม (Responsibility to Society)
ดำเนินธุรกิจโดยปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชน สังคม ตามสิทธิที่พึงได้รับ และดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อการพัฒนาและเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
คณะกรรมการบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีและมุ่งมั่นที่จะกำกับดูแลให้องค์กรมีการดำเนินงานและปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีตามนโยบายบริษัท และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย รวมถึงผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน ตลอดจนสาธารณชน และเชื่อว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และตามหลักการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและหลักปฏิบัติสากลของ Organization For Economic Cooperation and Development (OECD) บริษัทได้จัดให้มี “นโยบายกำกับดูแลกิจการ” เพื่อส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลขององค์กร โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีคุณธรรม จริยธรรม และใช้เป็นแนวปฎิบัติที่ดีของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทในกลุ่มเคซีอี เพื่อลดความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียให้มีน้อยที่สุด โดยใช้นโยบาย วิธีการทำงาน กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ระเบียบประเพณี เข้ามาช่วยในการควบคุมองค์ประกอบที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทจะมุ่งมั่นพัฒนาการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคง และความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรและผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มีความทันสมัยเป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดคู่มือจรรยาบรรณและข้อพึงปฏิบัติในการทำงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร และกำหนดให้มีการทบทวนเป็นประจำทุกปี และเปิดเผยในเว็บไซต์ของบริษัท
บริษัทเสริมสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมของการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบุคลากรทั่วทั้งองค์กรอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้กำหนดแนวทางการส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามจริยธรรมธุรกิจ โดยมีการเผยแพร่นโยบายการกำกับดูแลกิจการดังกล่าว และสื่อสารให้ทุกคนในองค์กรตระหนักในเรื่องจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติผ่านหลายๆ ช่องทางรวมถึงเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และคู่มือจรรยาบรรณของบริษัทโดยครอบคลุมถึงประเด็นสำคัญของข้อพึงปฏิบัติที่ดี โครงสร้าง บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนได้เสีย การเปิดเผยข้อมูล ตลอดจนกฎหมายข้อบังคับและจริยธรรมทางธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่ง และการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงจัดให้มีการติดตามการปฏิบัติตามจริยธรรมธุรกิจและคู่มือจรรยาบรรณ ทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใส เป็นธรรม ส่งเสริมการดำเนินงานที่ยั่งยืนและใช้เป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายสำคัญของบริษัทในการที่จะเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ภายใต้การดำเนินธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการในระยะยาวบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและการกระทำด้วยความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ มีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียและผู้เกี่ยวข้องทุกๆ ฝ่ายอย่างมีคุณธรรมและเท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ ในปี 2567 คณะกรรมการบริษัทได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการตามแนวปฏิบัติที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครบทุกข้อ โดยบริษัทได้รับการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักเกณฑ์การประเมินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ในระดับ “ดีเลิศ” Excellent CG Scoring ต่อเนื่องเป็นปีที่สิบ โดยมีสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of กรรมการs Association; IOD) เป็นผู้ประเมินซึ่งจากผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการของบริษัททุกปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคณะกรรมการบริษัทฝ่ายบริหาร และพนักงานทุกคนที่ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
สิทธิของผู้ถือหุ้น
บริษัทปกป้องและรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ทั้งในฐานะนักลงทุนในหลักทรัพย์และฐานะเจ้าของบริษัท ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกๆ กลุ่ม ทั้งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รายย่อย ผู้ถือหุ้นต่างชาติ หรือนักลงทุนสถาบันด้วยความเสมอภาคและเท่าเทียมกันตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามแนวทางการปกป้องและรักษาสิทธิขั้นพื้นฐาน ตามหลักการกำากับดููแลกิจการที่ดี (Corporate Governance Code) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกล่าวคือ
- สิทธิในการจดทะเบียนเป็นเจ้าของ สิทธิในการเปลี่ยนมือหรือโอน สิทธิในหุ้นของตน โดยมีบริษัท ศููนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) เป็นนายทะเบียน
- สิทธิในการได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันในการรับซื้อหุ้นคืนโดย บริษัท ซึ่งในปี 2567 บริษัทไม่มีการรับซื้อหุ้นคืน
- สิทธิในการรับส่วนแบ่งกำไรของบริษัท/เงินปันผล อย่างเท่าเทียม กัน โดยบริษัทได้กำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลไว้อย่าง ชัดเจน ซึ่งในปี 2567 ได้มีการจ่ายเงินปันผล และเงินปันผล ระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้น รวม 2 ครั้ง โดยมีรายละเอียดปรากฎ ตามหนังสือเชิญประชุุมผู้ถือหุ้น
- สิทธิในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องค่าตอบแทน ของกรรมการในทุกๆ รูปแบบ
- สิทธิในการมีส่วนร่วมและรับทราบการตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการดำเนินกิจการพื้นฐาน
- สิทธิที่จะได้รับความสะดวกในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
- สิทธิในการตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นอิสระใน ระหว่างการประชุม รวมถึงออกเสียงลงคะแนน
- สิทธิในการเข้าร่วมประชุมเพื่อเข้าร่วมกระบวนการในการ ตัดสินใจลงคะแนนเสียงในเรื่องสำคัญใดๆ ที่มีผลกระทบกับ บริษัทในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
- สิทธิในการมอบฉันทะให้บุคคลเข้าร่วมประชุมและออกเสียง ลงคะแนนแทน
- สิทธิในการได้รับแจ้งข้อมูลและข่าวสารที่มีนัยสำคัญของบริษัท อย่างสม่ำเสมอและตรงตามเวลาที่ควรจะเป็น โดยในปี 2567 บริษัทได้นำเสนอข่าวสารที่สำคัญอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางระบบ ข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว
- สิทธิในการออกเสียงแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนของ ผู้สอบบัญชี
- สิทธิในการรับทราบข้อมููลที่ถููกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอ ก่อนการประชุุมผู้ถือหุ้นเพื่อการตัดสินใจลงมติในแต่ละวาระ
- สิทธิในการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการบริษัท
- สิทธิในการตรวจสอบความถููกต้องหลังการประชุุม
- สิทธิในการเสนอวาระก่อนเข้าร่วมประชุุมผู้ถือหุ้น และสิทธิ ในการเสนอชื่อบุุคคลเพื่อเลือกตั้งเป็นกรรมการ โดยบริษัท เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอวาระและเสนอชื่อบุุคคล ระหว่าง วันที่ 4 กันยายน - 31 ธันวาคม 2566 ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Website, Email, โทรสาร และจดหมาย โดยเผยแพร่ รายละเอียดและหลักเกณฑ์ไว้ในเว็บไซต์ของบริษัท www.kce.co.th รวมถึงเผยแพร่การให้สิทธิผ่านระบบข่าว ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อกลั่นกรองเบื้องต้น ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทให้พิจารณารวมทั้งได้เปิด โอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามล่วงหน้าก่อนวันประชุม ทั้งนี้ ไม่มี ผู้ถือหุ้นรายใดเสนอวาระหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่ง กรรมการหรือส่งคำถามที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมแต่อย่างใด
- สิทธิในการแสดงความคิดเห็นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัท เช่น การจ่ายเงิน ปันผล การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหนังสือบริคณห์สนธิหรือ ข้อบังคับของบริษัทรายการเพิ่มหรือลดทุนจดทะเบียน ของบริษัท การอนุมัติธุรกรรมที่สำคัญและมีผลต่อทิศทาง การดำเนินธุรกิจของบริษัท
สำหรับรายละเอียดสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น ทางบริษัทได้กำหนดไว้ชัดเจนในเอกสารที่จัดส่งให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และในเว็บไซต์ของบริษัท ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มสามารถได้รับข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน
ผลการดำเนินงาน ปี 2567
การกำหนดการจัดประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทได้ดำเนินการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยได้กำหนดให้มีการจัดการประชุมปีละ 1 ครั้งภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัทในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องเสนอวาระเป็นกรณีพิเศษซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบหรือเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น หรือเกี่ยวข้องกับเงื่อนไข กฎเกณฑ์ กฎหมายที่ใช้บังคับที่ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น บริษัทจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเป็นกรณีไป
ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทได้กำหนดจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2567 โดยเป็นการจัดประชุมแบบ Hybrid ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) และการประชุมในห้องประชุม (Physical meeting) ถ่ายทอดสดการประชุม ณ ห้องบอลรูม ชั้น 3 โรงแรม เดอะ แกรนด์โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น เลขที่ 333 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 โดยได้ปฏิบัติตามแนวงทางของโครงการประเมินคุณภาพการประชุมผู้ถือหุ้น (AGM Checklist) ของสมาคมนักลงทุนไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) โดยในปี 2567 บริษัทได้รับคะแนนเต็ม 100 คะแนน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และไม่มีการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด
การแจ้งเชิญประชุมล่วงหน้า
เมื่อคณะกรรมการบริษัทมีมติกำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 41/2567 และได้กำหนดระเบียบวาระการประชุมพร้อมด้วยความเห็นของคณะกรรมการในแต่ละวาระ และวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้นและรับเงินปันผลแล้ว บริษัทได้นำรายละเอียดดังกล่าวแจ้งให้ผู้ถือหุ้นรับทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางการเปิดเผยข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 12 มีนาคม 2567 และเผยแพร่หนังสือนัดประชุมฉบับสมบูรณ์ ที่มีรายละเอียดวาระการประชุม และข้อมูลประกอบที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการตัดสินใจ พร้อมด้วยความคิดเห็นของคณะกรรมการ รายงานการประชุมที่ผ่านมา ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท(www.kce.co.th) ล่วงหน้าก่อนวันประชุม 30 วัน โดยเปิดเผยตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2567 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้มีเวลาอย่างเพียงพอในการพิจารณาลงมติในแต่ละวาระการประชุมและเอื้ออำนวยให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้บริษัทได้ลงประกาศเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในหนังสือพิมพ์รายวันทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษติดต่อกัน 3 วัน ในวันที่ 1-3 เมษายน 2567 และได้ส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า 14 วัน ผ่านทางศูนย์รับฝากหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 3 เมษายน 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้
- หนังสือนัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 41/2567 ที่ระบุวัน เวลา และสถานที่ในการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งรายละเอียดข้อมูลประกอบการตัดสินใจในแต่ละวาระ โดยแต่ละวาระระบุชัดเจนว่าเป็นวาระเพื่อพิจารณารับทราบ หรือพิจารณาอนุมัติ พร้อมทั้งความเห็นของคณะกรรมการบริษัทประกอบในเต่ละวาระอย่างละเอียด
- รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 40/2566
- รายงานประจำปี 2566 (56-1 One Report) ในรูปแบบ QR CODE
- ข้อมูลบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการแทนกรรมการที่ครบกำหนดออกจากตำแหน่งตามวาระพร้อมประวัติโดยละเอียด อาทิเช่น ชื่อ ประวัติการเป็นกรรมการ การศึกษา การเข้าร่วมการอบรม ประสบการณ์การทำงาน จำนวนบริษัทจดทะเบียนและบริษัททั่วไปที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาประเภทของกรรมการที่เสนอและในกรณีที่เป็นการเสนอชื่อกรรมการเดิมกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระ ระบุข้อมูลการเข้าร่วมการประชุมในปีที่ผ่านมา และวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการของบริษัท และรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลรายละเอียดของผู้สอบบัญชี เช่น บริษัท ชื่อของผู้ตรวจสอบบัญชี บริษัทตรวจสอบบัญชี ความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี ค่าสอบบัญชีและค่าบริการอื่น
- ข้อบังคับของบริษัท เฉพาะที่เกี่ยวกับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
- หนังสือมอบฉันทะตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์กำหนดซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการออกเสียงลงคะแนนได้
- เอกสารหลักฐานที่ผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องแสดงก่อนเข้าร่วมประชุม โดยอธิบายการแต่งตั้งตัวแทนโดยการมอบฉันทะ ขั้นตอนในการลงทะเบียน ขั้นตอนในการออกเสียงลงคะแนน และกติกาของการนับคะแนนเสียง ข้อมูลของกรรมการอิสระที่บริษัทเสนอเป็นผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น
- แผนที่สถานที่จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนตนได้โดยใช้หนังสือมอบฉันทะแบบในรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการออกเสียงลงคะแนนแต่ละวาระได้ และมีรายชื่อพร้อมประวัติกรรมการอิสระมากกว่า 1 คน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกเป็นผู้มอบฉันทะไว้ด้วย อีกทั้งบริษัทยังได้จัดให้มีอากรแสตมป์ไว้บริการผู้ถือหุ้นสำหรับปิดหนังสือมอบฉันทะอีกด้วย
การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น
วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 41/2567 บริษัทใช้โปรแกรมการประชุมผู้ถือหุ้นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ E-AGM ของบริษัท โอเจ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับการประเมินความสอดคล้องของระบบควบคุมการประชุมจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA เป็นระบบที่ได้มาตรฐานสอดคล้องตามเงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 และประกาศของกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่องมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 ซึ่งครอบคลุม
- การลงทะเบียน
- การเข้าร่วมประชุม
- การซักถาม หรือการแสดงความเห็น
- การลงคะแนนเสียง
- การนับคะแนนเสียง และ
- การแสดงผลคะแนน และการรายงานมติที่ประชุม
ทั้งนี้เพื่อให้การบันทึกคะแนน ถูกต้องแม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้
นอกจากนี้ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่คนกลางที่เป็นบุคคลภายนอก ทำหน้าที่ตรวจสอบและสังเกตการณ์ตั้งแต่กระบวนการลงทะเบียนตลอดจนการนับคะแนนเสียง โดยเมื่อจบการประชุม ผู้ถือหุ้นสามารถขอตรวจสอบรายละเอียดได้
ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี มีกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระจำนวน 3 ท่าน ของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยในวาระเลือกตั้งกรรมการ ได้มีการชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงความคิดเห็นของคณะกรรมการในการเสนอชื่อกรรมการสามท่านเข้ารับตำแหน่งต่ออีกวาระหนึ่ง ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการที่เสนอชื่อเข้ารับตำแหน่ง บริษัทจัดส่งให้ผู้ถือหุ้นเพื่อการพิจารณา ประกอบด้วย อายุ การศึกษา ประสบการณ์ด้านการอบรม รวมถึงการดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ในอดีตและปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีข้อมูลเพียงพอในการประกอบการตัดสินใจ สำหรับค่าตอบแทนกรรมการ บริษัทกำหนดให้มีวาระเกี่ยวกับค่าตอบแทนกรรมการเพื่อชี้แจงให้กับผู้ถือหุ้นได้ทราบถึงจำนวนเงิน และประเภทของค่าตอบแทนที่กรรมการแต่ละคนได้รับรวมถึงนโยบายในการกำหนดค่าตอบแทน และหลักเกณฑ์การให้ค่าตอบแทนสำหรับกรรมการแต่ละตำแหน่งด้วย
ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น บริษัทได้พิจารณาตามลำดับระเบียบวาระที่ได้กำหนดไว้ในหนังสือนัดประชุมที่ได้ส่งให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้า โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงลำดับวาระและไม่มีการขอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องอื่นที่นอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในหนังสือนัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด
การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 41/2567 นายบัญชา องค์โฆษิต ประธานกรรมการบริษัท ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม โดยมีคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร คณะผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษาด้านกฎหมายเข้าร่วมประชุมครบทุกฝ่าย ณ เวลาเริ่มการประชุม มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมทั้งหมด 1,238 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง 61 ราย รวมจำนวนหุ้น 189,133,557 หุ้น ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้กรรมการอิสระและผู้แทนจำนวน 1,177 ราย จำนวน 536,421,094 หุ้น รวมจำนวนหุ้นได้ทั้งหมด 725,554,651 หุ้นเท่ากับร้อยละ 61.38 ซึ่งมากกว่าสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนหุ้นที่จัดจำหน่ายแล้ว 1,182,088,596 หุ้น โดยการประชุมครั้งนี้มีกรรมการบริษัทเข้าร่วมประชุมรวมถึงประธานกรรมการ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนประธานคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และประธานคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
บริษัทกำหนดให้มีระยะเวลาการลงทะเบียนล่วงหน้า 2 ชั่วโมง แม้จะพ้นเวลาลงทะเบียนแล้วก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะร่วมประชุมสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้โดยไม่เสียสิทธิ ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าร่วมประชุมหลังจากการประชุมเริ่มแล้ว โดยมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในระเบียบวาระที่ยังไม่ได้พิจารณาลงมติได้
ก่อนเริ่มเข้าสู่การประชุมตามวาระ นางวสรา โชติธรรมรัตน์ เลขานุการบริษัท ทำหน้าที่เลขานุการที่ประชุม ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุม จากนั้นได้ชี้แจงการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระ ขั้นตอนการลงคะแนนเสียง รวมถึงขั้นตอนการนับคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นที่ต้องลงมติในแต่ละวาระตามข้อบังคับของบริษัท การบันทึกคะแนนเสียง และใช้ระบบการ E-Voting เพื่อให้การบันทึกคะแนนเสียงถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
- ผู้ถือหุ้นมีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ตนถือหรือรับมอบฉันทะมา โดยถือ 1 หุ้น เป็น 1 เสียง ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนเสียงทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อออกความเห็นว่า เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือ งดออกเสียง อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ในแต่ละวาระได้
- ผู้ถือหุ้นสามารถออกเสียงลงคะแนนได้โดย E-Voting กดปุ่ม “เห็นด้วย” “ไม่เห็นด้วย” และ “งดออกเสียง”
- ในการนับคะแนนเสียงในแต่ละวาระ จะนับคะแนนเสียงเฉพาะผู้ถือหุ้นที่ลงคะแนนเสียง "ไม่เห็นด้วย" และ "งดออกเสียง" เท่านั้น แล้วนำคะแนนเสียงไม่เห็นด้วยและงดออกเสียงดังกล่าว หักออกจากจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม ส่วนที่เหลือจะถือเป็นคะแนนเสียงที่ลงคะแนน "เห็นด้วย" ในวาระนั้นๆ รายงานผลการนับคะแนนจะแสดงบนจอด้านหน้าของห้องประชุม
- ทั้งนี้ ก่อนลงมติในแต่ละวาระ ประธานฯ จะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น ได้สอบถามในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวาระนั้นๆ ตามความเหมาะสม
- สำหรับผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะที่ไม่สามารถอยู่ร่วมประชุมจนแล้วเสร็จ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้น ให้ผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะลงคะแนนเสียงในวาระที่เหลืออยู่ เพื่อจะได้บันทึกคะแนนเสียงให้ในแต่ละวาระ
- ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะ มิได้ออกเสียง "ไม่เห็นด้วย" และ "งดออกเสียง" ก่อนที่ประธานฯ จะปิดวาระการประชุมในแต่ละวาระ ให้ถือว่าผู้ถือหุ้นได้ออกเสียง "เห็นด้วย"
- กรณีที่ผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะที่เริ่มเข้าประชุมตั้งแต่วาระใด ก็จะมีสิทธิลงคะแนนเสียงตั้งแต่วาระนั้นเป็นต้นไป
- มติที่ประชุม ในกรณีทั่วไป หากคะแนนเสียงส่วนใหญ่ "เห็นด้วย" และเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท ในเรื่องคะแนนเสียง ให้ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบ หรือมีมติอนุมัติในวาระนั้นๆ ในกรณีอื่น ซึ่งมีกฎหมายหรือข้อบังคับกำหนดไว้แตกต่างจากกรณีปกติ ที่ต้องการคะแนนเสียงต่างไป ประธานฯ จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบก่อนการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระ
- การสอบถามข้อสงสัย หรือแสดงความคิดเห็น หากท่านผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะมีความประสงค์จะสอบถามข้อสงสัย หรือแสดงความคิดเห็น ขอให้ยกมือขึ้น เมื่อประธานฯ อนุญาตแล้ว ขอความกรุณาแจ้งต่อที่ประชุมว่า ท่านเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นผู้รับมอบฉันทะ ชื่อ นามสกุลใด แล้วจึงเสนอความคิดเห็นหรือคำถาม เพื่อการบันทึกรายงานการประชุม และในการสอบถามหรือแสดงความคิดเห็น ขอให้เสนอเนื้อหาอย่างกระชับและตรงประเด็น
- เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นแล้ว บริษัทจะเก็บผลการลงคะแนนเสียงของท่านผู้ถือหุ้นในทุกระเบียบวาระเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบคะแนนเสียงในภายหลัง
นอกจากนั้น เลขานุการที่ประชุมได้แจ้งว่า เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีในการดูแลสิทธิของผู้ถือหุ้น บริษัทได้ประชาสัมพันธ์ ผ่านระบบ SET portal และผ่านเว็บไซต์ของบริษัทในระหว่างวันที่ 4 กันยายน - 31 ธันวาคม 2566 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้นและเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการเป็นการล่วงหน้า แต่ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดเสนอเรื่องเพื่อให้พิจารณาในการประชุมครั้งนี้ เมื่อมีการให้ข้อมูลตามระเบียบวาระแล้ว ประธานได้ดำเนินการประชุมตามลำดับวาระการประชุมที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุมที่ได้จัดส่งให้ผู้ถือหุ้น และไม่เพิ่มวาระการประชุมโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า
เริ่มการประชุม
นายบัญชา องค์โฆษิต ประธานที่ประชุมได้กล่าวเปิดการประชุม โดยกล่าวต้อนรับผู้ถือหุ้นและผู้เข้าร่วมประชุมเข้าสู่การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 41/2567 และได้แนะนำคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กรผู้บริหารของบริษัท ผู้สอบบัญชีจากบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด และที่ปรึกษาด้านกฎหมาย บริษัท เสรี มานพ แอนด์ ดอล์ย จำกัด ซึ่งเป็นคนกลางและทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบและสังเกตการณ์ในการนับคะแนนที่เข้าร่วมการประชุมด้วยในครั้งนี้
ประธานได้ดำเนินการประชุมตามลำดับวาระการประชุมที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือนัดประชุมที่ได้ส่งให้ผู้ถือหุ้นแล้ว และไม่มีการเพิ่มวาระโดยที่ไม่ได้แจ้งผู้ถือหุ้นล่วงหน้า วาระที่ได้เสนอต่อผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 41/2567 มีรายละเอียดดังระบุในหนังสือเชิญประชุม
หลังจากที่ประธานได้ให้ข้อมูลตามระเบียบวาระแล้ว ประธานจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกรายได้แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และถามคำถาม ในแต่ละวาระ โดยให้เวลาอภิปรายอย่างเหมาะสม และเพียงพอ
จากนั้นประธานและผู้บริหารจะตอบข้อซักถามอย่างชัดเจน ตรงประเด็นและให้ความสำคัญกับทุกคำถาม หลังจากนั้น จึงให้ผู้ถือหุ้นออกเสียงลงคะแนนและมีมติในแต่ละวาระ โดยการนับคะแนนเสียงจะปฎิบัติตามข้อบังคับของบริษัทที่กำหนดให้ 1 หุ้นเป็น 1 เสียงและนับเสียงข้างมากเป็นมติ โดยในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ตัดสินอีก 1 เสียงในฐานะเป็นผู้ถือหุ้น
เนื่องจากการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) และการประชุมในห้องประชุม (Physical Meeting) ซึ่งเป็นระบบที่ได้มาตรฐานสอดคล้องตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 จึงไม่มีการพิมพ์บัตรลงคะแนนให้กับผู้เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นในการลงคะแนนเสียงผู้ถือหุ้นลงคะแนนผ่านหน้าจอ สำหรับการประชุมในห้อง (Physical Meeting) จะใช้บัตรลงคะแนนเสียงทุกวาระ โดยผู้ถือหุ้นเลือกการลงคะแนน เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือ งดออกเสียง เพื่อทำการลงคะแนนในแต่ละวาระ ภายในเวลาที่กำหนด (1 นาที) และผู้ถือหุ้นที่ไม่ออกเสียงลงคะแนนหรือไม่กดลงคะแนนเข้าไปในระบบจะถือว่ามีมติเห็นด้วย การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) มีการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอความคิดเห็น ซักถาม หรือแสดงความเห็นที่เกี่ยวข้องกับวาระนั้น ๆ ตามความเหมาะสม โดยผู้ถือหุ้นต้องพิมพ์คำถามในช่องสนทนา และได้บันทึกคำถามและคำตอบ ชื่อ-นามสกุล ของผู้ถามไว้ในรายงานการประชุม
ในการบันทึกการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นทุกครั้งเลขานุการบริษัทจะบันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้องครบถ้วน ประกอบด้วยข้อมูลสาระสำคัญ ได้แก่มติที่ประชุมและผลการลงคะแนนเสียง โดยแบ่งเป็นจำนวนเสียงที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง คำถาม คำชี้แจงและความคิดเห็นของที่ประชุมโดยละเอียดและชัดเจน โดยผู้ถือหุ้นสามารถอ่านได้จากรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 ครั้งที่41/2567 โดยในการประชุมปีที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้เวลาในการประชุมทั้งหมดโดยประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเริ่มเปิดให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมตั้งแต่เวลา 13.00 น. เริ่มประชุมเวลา 15.00 น. และเลิกประชุมเวลา 17.15 น.
การเปิดเผยผลการประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทนำส่งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจัดส่งในรูปแบบจดหมายข่าวผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมรับทราบภายในวันเดียวกันหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น และนำส่งรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 41/2567 ที่บันทึกชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนน และวิธีการแสดงผลคะแนนให้ที่ประชุมทราบก่อนดำเนินการประชุม ประเด็นคำถามและคำตอบที่ผู้ถือหุ้นได้ซักถามในที่ประชุมโดยละเอียด ผลการลงคะแนนในแต่ละวาระ ว่ามีผู้ถือหุ้นเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงอย่างไร รวมถึงบันทึกรายชื่อกรรมการผู้เข้าร่วมประชุม ให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน 14 วันหลังจากวันประชุม และได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.kce.co.th เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการรับทราบข้อมูลให้แก่ผู้ถือหุ้นในการพิจารณารายงานดังกล่าว
การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของผู้ถือหุ้นและมีการปฏิบัติตามแนวทางกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยไม่คำนึงถึงเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ความเชื่อ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือความพิการ บริษัทมุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกประเภท ผู้ถือหุ้นต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือรายย่อย ผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือนักลงทุนสถาบัน โดยไม่มีการแบ่งแยก และได้รับการปกป้องจากการกระทำไม่ถูกต้อง หรือเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมการดำเนินธุรกิจของบริษัทไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งได้ถูกกำหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท
ผลการดำเนินงานปี 2567
- การมอบฉันทะในการเข้าร่วมการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
เพื่อรักษาสิทธิให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สะดวกเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นด้วยตนเอง ผู้ถือหุ้นย่อมมีสิทธิมอบฉันทะให้บุคคลอื่นหรือกรรมการอิสระของบริษัทคนใดคนหนึ่งจากกรรมการอิสระทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งบริษัทได้ให้ข้อมูลของกรรมการอิสระไว้ในหนังสือมอบฉันทะตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เพื่อให้เป็นผู้เข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงมติแทนผู้ถือหุ้นได้ ทั้งนี้หากผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้กับผู้อื่น บริษัทจะให้สิทธิและปฏิบัติต่อผู้รับมอบฉันทะเสมือนเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่ง นอกจากนี้บริษัทได้เปิดเผยแบบหนังสือมอบฉันทะที่แนบพร้อมรายละเอียด และขั้นตอนต่างๆ บนเว็บไซต์ของบริษัทล่วงหน้าก่อนวันประชุม 30 วัน ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทั้งทางโทรศัพท์ หรืออีเมล์ เป็นต้น
บริษัทได้กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งระบุเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการมอบฉันทะแนบในหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่มาด้วยตนเอง และ/หรือ ผู้รับมอบฉันทะ สามารถจัดเตรียมเอกสารหลักฐานเพื่อแสดงตนในการเข้าประชุมได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายและไม่มีเงื่อนไขที่ยากต่อการมอบฉันทะ
บริษัทได้จัดการประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมด 1 ครั้ง เป็นการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 ในวันที่ 18 เมษายน 2567 โดยมี คณะกรรมการเข้าร่วมประชุมครบทั้ง 9 คน และได้มอบให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนของบริษัทดำเนินการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้า เป็นเวลา 14 วัน และได้เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบในเว็บไซต์ของบริษัททั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษล่วงหน้าเป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ศึกษาข้อมูลก่อนวันประชุม
- การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้น
บริษัทปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันทั้งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รายย่อย และผู้ถือหุ้นต่างชาติไม่มีการปฏิบัติใดๆ ที่มีลักษณะเป็นการจำกัดสิทธิในการเข้าร่วมประชุมของผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นทุกคนย่อมมีสิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นตลอดระยะเวลาการประชุม บริษัทอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นทุกรายโดยการจัดส่งเอกสารแสดงขั้นตอนและวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 การจัดประชุมแบบ Hybrid และการมอบฉันทะพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม
บริษัทกำหนดให้มีระยะเวลาการลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุม 2 ชั่วโมงและรับลงทะเบียนไปจนกว่าการประชุมจะเสร็จสิ้นโดยในปี 2567 บริษัทจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) และการประชุมในห้องประชุม (Physical Meeting) โดยถ่ายทอดสดจาก ห้องบอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเดอะแกรนด์โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น เลขที่ 333 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สามารถเดินทางไปมาได้โดยสะดวก
- การลงคะแนนเสียงในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
บริษัทให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการออกเสียงเท่าเทียมกันโดยเป็นหุ้นสามัญหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียงตามจำนวนหุ้นที่ถือ และใช้ระบบ E-Voting ลงคะแนนเสียงในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นทุกระเบียบวาระเพื่อให้กระบวนการนับคะแนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว และได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่จากบริษัทที่ปรึกษากฎหมายตรวจสอบการนับคะแนนเสียง และจัดให้มีเจ้าหน้าที่คนกลางที่เป็นบุคคลภายนอกเป็นสักขีพยานในการนับคะแนน สำหรับวาระเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกจากตำแหน่งตามวาระ ทางบริษัทจะพิจารณาเลือกตั้งเป็นรายบุคคล
- การกำหนดวัน เวลา และสถานที่ประชุม
บริษัทได้คำนึงถึงความสะดวกในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เป็นช่วงเวลาที่เพียงพอต่อการอภิปราย สถานที่จัดประชุม ห้องบอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเดอะแกรนด์โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น เลขที่ 333 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ตั้งที่สะดวกต่อการเดินทาง มีระบบขนส่งเข้าถึงและเพียงพอเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเดินทางเข้าร่วมประชุมได้อย่างสะดวก
บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญและความรับผิดชอบที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย เคารพ ปกป้องสิทธิและให้ความสำคัญในการดูแลและคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทั้งภายในและภายนอกบริษัท ตั้งแต่ผู้ถือหุ้น พนักงานผู้บริหาร ลูกค้า คู่ค้า ลูกหนี้และเจ้าหนี้ ชุมชน รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทตระหนักว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตชั้นนำในประเทศไทยที่ต้องเป็นผู้นำในการให้ความสำคัญในเรื่องการปกป้องสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ
บริษัทสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน ความยั่งยืนของกิจการ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่ายในการดำเนินงานและตัดสินใจ ว่าเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของบริษัทและให้เกิดความมั่นใจว่าผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายจะได้รับความเป็นธรรมตามสิทธิ
บริษัทกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม โดยกำหนดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย และถือเป็นข้อตกลงระหว่างกัน ห้ามไม่ให้กระทำใดๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย โดยไม่ปรากฎว่ามีการกระทำใดๆ ที่เป็นกรณีพิพาทกับผู้มีส่วนได้เสียในปี 2567 นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดให้มีระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงและพัฒนาการปฏิบัติงานเพื่อก่อให้เกิดความมั่นคงในกิจการ จึงจัดให้มีการรายงานการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของบริษัทในรายงานประจำปี / แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) และ Website ของบริษัท www.kce.co.th
ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้มีส่วนได้เสียมีเบาะแสในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย เกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในที่บกพร่อง หรือพบการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณใดๆ สามารถ แจ้ง หรือร้องเรียน ผ่านช่องทางกลไกในการติดต่อ ทั้งภายในองค์กรโดยผ่านทาง Intranet: home.kce.co.th และภายนอกองค์กรโดยผ่านช่องทาง “การแจ้งเบาะแสและการร้องเรียน” (Whistleblower) ในระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) บนเว็บไซต์ของบริษัท www.kce.co.th หรือทางอีเมล : whistleblower@kce.co.th และทางโทรศัพท์ ซึ่งข้อคำถาม ข้อร้องเรียน หรือข้อเสนอแนะต่างๆ จะส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุง และมีการแจ้งกลับให้ทราบถึงการดำเนินการทุกเรื่อง ทั้งนี้ สำนักตรวจสอบภายในจะทำหน้าที่ประเมินประสิทธิภาพและความเพียงพอของระบบควบคุมภายในและตรวจสอบการปฏิบัติงานของทั้งองค์กร รวมถึงการรับข้อร้องเรียนจากทุกช่องทาง เพื่อให้มีการแก้ไข ปรับปรุง สรุปผลเพื่อรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป ดังปรากฏไม่พบว่ามีการกระทำใดๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทในปี 2567 บริษัทปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างยุติธรรมและระมัดระวัง เก็บรักษาข้อมูลของลูกค้าไว้เป็นความลับ ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาที่ให้ไว้กับคู่ค้า และดำเนินธุรกิจด้วยหลักการแข่งขันที่เป็นธรรมและจริยธรรม ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างยุติธรรมและเสมอภาค รวมทั้งแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมอย่างจริงจัง โดยได้กำหนดแนวทางในการดูแลผู้มีส่วนได้เสียไว้ในคู่มือ “นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี”
การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มหลักๆ ของบริษัท
1. ผู้ถือหุ้น
บริษัทมุ่งมั่นในการสร้างความเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยมุ่งมั่นดำเนินการให้มีผลการดำเนินงานที่ดีเลิศอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลการประกอบการที่ดีอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งมีระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายในรวมทั้งระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิผลคำนึงถึงสภาวะความเสี่ยงในปัจจุบันและอนาคต ด้วยตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะก่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินงาน และพยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องทรัพย์สินและธำรงไว้ซึ่งทรัพย์สินและชื่อเสียงของบริษัท คณะกรรมการและผู้บริหารปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นธรรม คำนึงถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่และรายย่อย เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องโดยรวม ดังนี้
- บริหารกิจการของบริษัทให้มีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง และก่อให้เกิดผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น
- ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสามารถและระมัดระวัง เยี่ยงผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ เพื่อก่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม
- จัดการดูแลไม่ให้ทรัพย์สินใดๆ ของบริษัทสูญค่าหรือสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์
- เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศทั้งทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงินที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทที่เป็นจริงอย่างครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท
2. พนักงาน
บริษัทตระหนักดีว่าบุคลากรของบริษัทเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจ จึงให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคน ไม่ว่าจะทำงานในส่วนใด ฝ่ายใด ปราศจากการเลือกปฏิบัติ โดยจะส่งเสริมให้บุคลากรรู้รักสามัคคี ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ไม่แตกแยก ปฏิบัติต่อกันอย่างสุภาพ และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี มีความปลอดภัย นอกจากนั้น คณะกรรมการได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงานไว้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมทั้งค่าตอบแทนในระยะยาวด้วย โดยมีการจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมและเป็นธรรมเป็นจำนวนเท่ากับหรือดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสถานประกอบการลักษณะเดียวกัน และจัดหานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาสนับสนุนการทำงานให้กับพนักงานพนักงานทุกคนจะได้รับคู่มือพนักงานที่ระบุข้อควรปฏิบัติ กฎระเบียบ ขั้นตอนในการปฏิบัติงานและสวัสดิการต่างๆ ที่พึงจะได้รับ โดยมีคณะกรรมการสวัสดิการดูแลสิทธิของพนักงานอย่างใกล้ชิด
บริษัทมีนโยบายตอบแทนการปฏิบัติงานของพนักงานในระยะยาวสำหรับผลการดำนินงานที่ดี โดยที่ผ่านมาได้จัดให้มีโครงการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญให้กับพนักงานบริษัท (Employee Stock Option “ESOP”) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจและจูงใจพนักงานให้มีความตั้งใจในการทำงานและสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่บริษัท
ในการประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 คณะกรรมการได้มีมติอนุมัติการจัดตั้งโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้างบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2 (Employee Joint Investment Program: "KCE-EJIP No.2") ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการให้ผลตอบแทนแก่พนักงานและผู้บริหารของบริษัทและบริษัทย่อย เพื่อสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการ อีกทั้งเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานและรักษาบุคคลากรไว้กับบริษัทในระยะยาว ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการเป็นไปตามความสมัครใจของผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ โดยแต่ละเดือนบริษัทจะหักเงินเดือนผู้เข้าร่วมโครงการในอัตราร้อยละ 4 ถึง 20 จากฐานเงินเดือน และบริษัทจะจ่ายเงินสมทบให้ผู้เข้าร่วมโครงการในอัตราร้อยละ 100 ของเงินสะสมที่พนักงานจ่ายเข้าโครงการ อย่างไรก็ตาม พนักงานที่เข้าร่วมโครงการจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในการห้ามจำหน่ายจ่ายโอนหุ้น (Silent Period) อย่างเคร่งครัด
รายละเอียดสวัสดิการต่างๆ ที่ทางบริษัทได้จัดให้กับพนักงาน และระบุในคู่มือพนักงาน มีดังนี้
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิตสำหรับพนักงาน
- ประกันสุขภาพสำหรับครอบครัวพนักงาน
- เงินโบนัสเดือน เบี้ยขยัน และเงินพิเศษต่างๆ เช่น ค่ากะ สำหรับพนักงานที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ ได้รับเงินเดือนไม่เกินระดับที่กำหนด และไม่ขาด ลา มาสาย เกินกว่าจำนวนวันที่กำหนด
- เงินช่วยเหลือค่าครองชีพสำหรับพนักงานทุกคน
- การตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี และการตรวจเฉพาะทางในกรณีที่สภาพแวดล้อมในการทำงานอาจมีผลต่อสุขภาพ
- จัดให้มีหน่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นตลอด 24 ชั่วโมงในโรงงานทุกแห่ง
- เงินช่วยเหลือ เช่น เงินช่วยเหลือฌาปนกิจ เงินช่วยเหลือกรณีสมรส และของเยี่ยมพนักงาน กรณีเจ็บป่วยและต้องอยู่โรงพยาบาล
- รถรับ-ส่งพนักงาน
- ชุด UNIFORM และรองเท้า
- สิทธิในการลา เช่น ลากิจ ลาป่วย ลาพักผ่อน ลาคลอด ลาบวช และอื่นๆ
- ทุนการศึกษาบุตรพนักงาน
- เงินรางวัลพนักงานครบรอบ 10, 20 และ 30 ปี
- จัดให้มีการฝึกอบรมเฉพาะทางในแต่ละสาขาวิชาชีพ เพื่อนำมาปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานตามแผนการฝึกอบรมที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งรวมไปถึงกฎระเบียบ การทำงานเป็นทีม และความเป็นผู้นำ
- สวัสดิการค่าข้าวเปล่าให้พนักงาน
- กิจกรรมทำบุญตักบาตรในวันปีใหม่
- กิจกรรมสันทนาการประจำปี
- กิจกรรมรณรงค์ เมาไม่ขับ ในช่วงเทศกาลต่างๆ
- กิจกรรมสรงน้ำพระในวันสงกรานต์
- โครงการ ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่
- โครงการ 5
- การจัดนิทรรศการสัปดาห์ความปลอดภัย
- โครงการโรงงานสีขาว โดยมีการจัดอบรมและประชาสัมพันธ์เรื่องการตรวจหาสารเสพติด
นโยบายในการพัฒนาบุคลากร
บริษัทมีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ มีศักยภาพและความพร้อมในการปฏิบัติตามพันธกิจ "มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง" ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ขององค์กรอย่างยั่งยืน
ตลอดปี 2567 บริษัทได้จัดการฝึกอบรมให้กับพนักงานของทุกหน่วยงาน ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงาน 1) ด้านคุณภาพ เช่น ระบบมาตรฐานคุณภาพ การลดของเสีย กระบวนการทำงาน 2) ด้านความปลอดภัยในการทำงาน เช่น การฝึกซ้อมทีมระงับเหตุฉุกเฉิน การทำงานเกี่ยวกับรังสี 3) ด้านทรัพยากรบุคคล เช่น บทบาทหน้าที่ของหัวหน้างาน KPI การจัดการเชิงกลยุทธ์ และ 4) ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรฐานการจัดเก็บสารเคมี การตรวจและรายงานการจัดการพลังงาน และด้านอื่นๆ รวมทั้ง เปิดโอกาสให้พนักงานได้ศึกษาด้วยตนเอง หรือศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นไปด้วย
นโยบายความปลอดภัย
- บริษัทถือว่าความปลอดภัยในการทำงานเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคน ที่จะร่วมมือกันปฏิบัติเพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งตนเองและผู้อื่น
- บริษัทจะสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมความปลอดภัยทุกรูปแบบ เช่น การฝึกอบรม การจูงใจพนักงาน การพัฒนาสภาพการทำงานและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
- ผู้บังคับบัญชาทุกคน ต้องมีหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปตามกฎระเบียบแห่งความปลอดภัยที่กำหนดขึ้นโดยเคร่งครัด
- พนักงานทุกคนต้องให้ความร่วมมือในโครงการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยต่างๆ ของบริษัท
- บริษัทจะจัดให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ตามนโยบายความปลอดภัยและ อาชีวอนามัย เพื่อควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
บริษัทได้ดำเนินการตามระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ซึ่งได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 และได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น
- การปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ มาตรฐาน รวมถึงข้อกำหนดของลูกค้าในด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- การควบคุมความเสี่ยงจากการทำงาน โดยการประเมินความเสี่ยงและจัดทำแผนงาน มาตรการเพื่อควบคุมและลดอุบัติเหตุจากการทำงาน เช่น การทำงานกับสารเคมี การทำงานกับเครื่องจักร การทำงานกับไฟฟ้า เป็นต้น
- การเตรียมพร้อมสถานการณ์ฉุกเฉิน การป้องกันอัคคีภัย เช่น การติดตั้งระบบตรวจจับและป้องกันอัคคีภัยที่ได้มาตรฐาน การตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ตามระยะเวลาที่กำหนด การจัดตั้งทีมฉุกเฉิน อบรม และฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ
- การควบคุมการทำงานของผู้รับเหมาและมีความเสี่ยงระบบการขออนุญาตทำงานต่างๆ
3. ลูกค้า
บริษัทมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ด้วยการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและบริการที่เป็นเลิศโดยมีนโยบายส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตรงตามหรือสูงกว่าความคาดหมายของลูกค้า มีการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตอย่างแน่วแน่ในทุกๆ ด้าน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในการปกป้องรักษาข้อมูลที่เกี่ยวกับธุรกิจของลูกค้าภายใต้มาตรฐานจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ โดยบริษัทได้มีการจัดตั้งสำนักงานขายเพื่อรับรองลูกค้าทั่วทุกมุมโลก และเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทจะเป็นที่พึงพอใจของลูกค้าซึ่งยังพัฒนาและรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับลูกค้ามาโดยตลอด
นโยบายคุณภาพ
"ผลิตและบริการลูกค้าให้ได้ตามที่ตกลงหรือดีกว่า โดยปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องและทำให้ถูกต้องในครั้งเดียว”
ในการดำเนินการดังกล่าว บริษัทเริ่มจากการสร้างทัศนคติให้พนักงานคิดถึงลูกค้าก่อนเสมอๆ ในทุกเรื่องที่ทำ มีการคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการ ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน ระบบงาน และสภาพที่ทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงการวัดระดับความพึงพอใจของลูกค้า โดยใส่ใจในทุกๆ ขั้นตอนในกระบวนการทำงานตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ การสั่งซื้อวัตถุดิบ การผลิต การตรวจสอบคุณภาพก่อนการส่งมอบสินค้า และการบริการหลังการส่งสินค้าให้กับลูกค้า โดยทางบริษัทจะได้รับการตรวจประเมินจากทางลูกค้าเป็นประจำ ซึ่งผลที่ได้จากการประเมินในแต่ละครั้ง บริษัทจะนำมาใช้ปรับปรุงการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในระยะยาว โดยในแต่ละปี ทางบริษัทจะได้รับการตรวจประเมินจากลูกค้าแต่ละรายประมาณ 1-2 ครั้งต่อปี ผลการประเมินในรอบปี 2567 นี้ มีผลคะแนนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ
4. คู่ค้า
บริษัทเชื่อมั่นและให้ความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท โดยได้กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้าง และหลักเกณฑ์การคัดเลือกคู่ค้าไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความเป็นอิสระระหว่างบริษัทและคู่ค้าในระบบการจัดหาที่โปร่งใส มีขั้นตอนที่สามารถตรวจสอบได้ ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้าและสัญญาที่ตกลงกันไว้
เกณฑ์ทั่วไปในการคัดเลือกคู่ค้า มีดังนี้
- สถานะทางการเงิน
- ความสามารถในการบริหารธุรกิจ
- การเติบโตขององค์กร
- การพัฒนาทางเทคโนโลยี ความสร้างสรรค์
โดยในปีที่ผ่านมา ไม่ปรากฎว่าบริษัทมีข้อพิพาทใดๆ กับคู่ค้า
5. เจ้าหนี้
บริษัทให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อคู่ค้าและเจ้าหนี้ทุกกลุ่มอย่างเสมอภาค โดยมีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับเจ้าหนี้ด้วยความเป็นธรรมและรับผิดชอบ
- กำหนดขั้นตอน คุณสมบัติ เกี่ยวกับการคัดเลือกคู้ค้า/เจ้าหนี้ ไว้อย่างชัดเจน
- เงื่อนไขการค้ำประกัน
- การบริหารเงินทุน
- กรณีที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้
- ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
- นโยบายต่อต้านทุจริตและนโยบายคุณภาพ
บริษัทพึงปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด ให้ความช่วยเหลือในลักษณะเอื้ออำนวยผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพื่อผลสำเร็จทางธุรกิจโดยรวม รวมทั้งให้ข้อมูลที่เป็นจริงและบอกถึงความเสี่ยงที่อาจเป็นไปได้โดยจะมีการจ่ายชำระเงินตรงตามเวลาทุกครั้ง กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งจะดำเนินการรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าทันที เพื่อพิจารณาหาแนวทางร่วมกัน มีการแจ้งกำหนด ระยะเวลา และเงื่อนไขการรับเงินที่ชัดเจนดังไม่ปรากฏว่ามีกรณีพิพาทใดๆ กับเจ้าหนี้ของบริษัทในปี 2567 ที่ผ่านมา
6. คู่แข่ง
บริษัทเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับคู่แข่งภายใต้กรอบกติกาการแข่งขันที่ดี ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม เช่น การจ่ายเงินสินจ้างให้แก่พนักงานของคู่แข่ง ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้าย หรือใส่ร้ายป้ายสี หรือโจมตีคู่แข่งโดยปราศจากข้อมูลอย่างสมเหตุสมผล ดังปรากฏว่าบริษัทไม่มีข้อพิพาทใดๆ กับคู่แข่งในปี 2567
7. หน่วยงานราชการหรือภาครัฐ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับหน่วยงานภาครัฐในฐานผู้มีส่วนได้เสีย โดยได้กำหนดแนวปฏิบัติในการทำธุกรรมกับรัฐไว้ในจรรยาบรรณบริษัทฯ เพื่อให้พนักงานดำเนินการอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งทางด้านวิชาการ และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
- ปฏิบัติตามกฏหมายและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และตระหนักอยู่เสมอว่ากฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ในแต่ละท้องถิ่นอาจมีเงื่อนไข ขั้นตอน หรือวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกัน
- ไม่กระทำการใดๆ ที่อาจจูงใจให้พนักงานในหน่วยงานภาครัฐ มีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม
- สร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาชุมชุนให้กับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
- สนับสนุนกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ
- ร่วมประชุมให้ข้อคิดเห็น สนับสนุน และช่วยเหลือทางการวิชาการอย่างต่อเนื่อง
- รับการตรวจเยี่ยมจากหน่วยงานภาครัฐ
- รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของหน่วยงานภาครัฐ
8. ชุมชนและสังคม
บริษัทฯ เคารพต่อสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายและถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมุ่งสนับสนุนกิจรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างประโยชน์สุขของชุมชนและสังคมที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ รวมทั้งให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีที่ทำประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคม โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้
- สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสังคมและชุมชน โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่รอบสถานประกอบการของบริษัทฯ
- ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมรอบชุมชน ควบคุมดูแลการบริหารจัดการการกำจัดของเสีย ทั้งจากกระบวนการผลิตและการใช้งานทั่วไป รวมถึงสิ่งปนเปื้อนต่างๆ สู่สภาพแวดล้อมภายนอก โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและมีการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
- ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรม/โครงการ ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพและความสามารถของเยาวชน ทั้งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กีฬา และศิลปะ ตลอดจนปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้เยาวชนเป็นทั้งคนเก่งและดี
- สนับสนุนกิจกรรม/โครงการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมให้ดีขึ้น อาทิ การพัฒนาอาชีพ การสร้างชุมชนเข้มแข็ง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างยั่งยืน
- สนับสนุนกิจกรรม/โครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้คนในชุมชนและสังคมมีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านศิลปะ การอนุรักษ์วัฒธรรม และการทำนุบำรุงศาสนาตามความเหมาะสม
- สนับสนุนมูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศล เพื่อช่วยเหลือและปันโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสในสังคมมีชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนสนับสนุนองค์กรที่สร้างสรรค์กิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
- เปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมีส่วนร่วมในกิจกรรม/โครงการต่างๆ รวมทั้งเสนอความคิดเห็น ข้อเสนอแนะหรือข้อร้องเรียน ที่เป็นผลมาจากการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยมุ่งหวังให้อุตสาหกรรมและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
- สร้างความสัมพันธ์และกระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงผลักดันให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการช่วยรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
9. สื่อมวลชน / นักลงทุน / นักวิเคราะห์
บริษัทฯ เห็นความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้สามารถสื่อสารต่อไปยังสาธารณชนได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว จึงมีแนวปฏิบัติดังนี้
- เปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่อสื่อมวลชน / นักลงทุน / นักวิเคราะห์ อย่างเท่าเทียมกันโดยเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และตรงประเด็น
- สื่อสารข้อมูลที่รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์
- เปิดโอกาสให้สื่อมวลชน / นักลงทุน / นักวิเคราะห์ สามารถพบปะพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงอย่างใกล้ชิด
- อำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชน / นักวิเคราะห์ ที่มาติดต่อ
- สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชน / นักลงทุน / นักวิเคราะห์ เช่น จัดให้มีการเยี่ยมชมกิจกรรมและโรงงาน เพื่อให้เห็นกระบวนการผลิตและระบบการบริหารจัดการภายในโรงงาน รวมถึงได้รับข้อมูลต่างๆ ที่ถูกต้อง
การปฏิบัติต่อสิทธิมนุษยชน
บริษัทยอมรับในสิทธิความเป็นมนุษย์ของประชาชนทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยก หรือคำนึงถึงความแตกต่าง บริษัทจึงมีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมและสนับสนุนหลักสิทธิมนุษยชนโดยเคร่งครัด
- บริษัทให้การยอมรับในการใช้สิทธิของพนักงานตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายทั่วไปหรือรัฐธรรมนูญ ตลอดจนจะไม่กระทำการใดๆ ที่จะเป็นการขัดขวางการใช้สิทธิดังกล่าวของพนักงาน
- บริษัทจะไม่สนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานกระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชนหรือสิทธิของผู้อื่น
- บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของพนักงานไว้เป็นความลับ โดยจะไม่เผยแพร่ต่อบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากพนักงานผู้นั้น
- พนักงานของบริษัททุกคนจะปฏิบัติต่อบุคคลอื่นด้วยความเท่าเทียมและเสมอภาคตลอดจนไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามต่อสิทธิของบุคคลอื่น
นโยบายแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา หรือลิขสิทธิ์
บริษัทได้ตระหนักดีถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นผลงานที่เกิดจากความรู้ ความสามารถของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ บริษัทจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะทำการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลหรือผลงานต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในบริษัทจะต้องไม่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นโดยเด็ดขาด
- บริษัทไม่อนุญาตและสนับสนุนให้พนักงานใช้ซอฟท์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ผิดกฎหมาย ในการทำงานให้บริษัทไม่ว่าจะในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
- พนักงานที่ปฏิบัติงานโดยใช้คอมพิวเตอร์ของบริษัท จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดจากเจ้าของลิขสิทธิ์และใช้เฉพาะเท่าที่ได้รับอนุญาตจากบริษัทเท่านั้น
- พนักงานจะต้องไม่นำผลงานหรือสิ่งที่มีการคิดค้นขึ้นระหว่างที่ทำงานให้กับบริษัทไปใช้ประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท และพนักงานจะต้องส่งมอบทรัพย์สินทางปัญญาคืนแก่บริษัทไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบใด ๆ เมื่อพนักงานพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน
- ก่อนที่จะมีการนำเอาผลงานการคิดค้นหรือข้อมูลใดๆ มาใช้ในการปฏิบัติงานให้กับบริษัทนั้น พนักงานจะต้องตรวจสอบให้แน่เสียก่อนว่าผลงานสิ่งประดิษฐ์หรือข้อมูลที่นำมานั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น
การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
บริษัทให้ความสำคัญเรื่องการเปิดเผยสารสนเทศเนื่องจากเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย โดยจะเปิดเผยทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลาเท่าเทียม และเที่ยงธรรม ผ่านระบบ SET Community Portal ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) และเว็บไซต์ของบริษัท ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ www.kce.co.th โดยได้จัดส่งรายงานประจำปี งบการเงิน และเอกสารอธิบายผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาของบริษัทให้กับผู้ถือหุ้นทุกปีเพื่อเป็นข้อมูลในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี
บริษัทได้กำหนดนโยบายในการสื่อสารกับบุคคลภายนอก โดยยึดหลักการการเปิดเผยข้อมูลและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
- บริษัทพยายามอย่างยิ่งในการปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกันและสม่ำเสมอ ภายใต้กรอบการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้โดยหลีกเลี่ยงการปฏิบัติอันไม่ถูกต้อง หรือสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
- การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจะต้องมีความชัดเจน ถูกต้อง โปร่งใส น่าเชื่อถือ ตรงไปตรงมา และสามารถแจกแจงข้อมูลต่างๆให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน เข้าใจง่าย และทันเวลา
- การแถลงข่าวสารใดๆ ของบริษัท ต้องมั่นใจว่ามิได้ส่งผลเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับบริษัท หรือล่วงละเมิดข้อมูลที่ถือว่าเป็นความลับของลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ
- การปฏิบัติหน้าที่ ที่เกี่ยวกับการสื่อสารของข้อมูลที่ถือเป็นความลับ พนักงานต้องประพฤติปฏิบัติภายใต้ระเบียบข้อบังคับของบริษัท ว่าด้วยจรรยาบรรณของพนักงาน
- ประธานกรรมการมีอำนาจในการแถลงข่าวสารของบริษัท หรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อมูลสำคัญของบริษัท ประธานกรรมการอาจมอบหมายให้กรรมการผู้จัดการ รองกรรมการผู้จัดการ กรรมการบริษัท หรือผู้บริหาร แต่ละสายงาน รับหน้าที่ในการแถลงข่าวที่เป็นประเด็นสำคัญของบริษัทแก่นักลงทุน นักวิเคราะห์ หรือสื่อมวลชน
บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญของบริษัทอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ด้วยความโปร่งใส ผ่านช่องทางหลากหลายในการเปิดเผยข้อมูล ดังนี้
- เปิดเผยข้อมูลการเงิน และข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา
- คณะกรรมการเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินของบริษัท และบริษัทย่อย รวมทั้งสารสนเทศทางการเงิน และรายงานคณะกรรมการตรวจสอบที่ปรากฏในรายงานประจำปี งบการเงินดังกล่าวจัดขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย โดยเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฎิบัติอย่างสม่ำเสมอ และใช้ดุลพินิจอย่างระมัดระวัง และผ่านการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอก
- เปิดเผยข้อมูลโดยสรุปของรายงานการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมด้วยนโยบายและแนวทางการปฏิบัติ ผ่านสื่อหลายช่องทางเช่น ในรายงานประจำปี และเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.kce.co.th
- เปิดเผยนโยบายและรายละเอียดค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหาร ของบริษัท และบริษัทย่อย ที่จ่ายตามความเหมาะสมในหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการแต่ละท่าน ผ่านทางรายงานประจำปี และเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.kce.co.th
- เปิดเผยค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี และค่าบริการอื่นๆ
- เปิดเผยรายละเอียดความรับผิดชอบและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าประชุมผ่านทางรายงานการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท
- กำหนดนโยบายให้กรรมการและผู้บริหาร ต้องเปิดเผยรายงานการซื้อ-ขายหุ้น/ถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท รายการเกี่ยวโยง และ รายงานการมีส่วนได้เสีย ผ่านเลขานุการบริษัท และรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ทราบเป็นรายไตรมาส
- คณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ให้กรรมการของบริษัทและผู้บริหาร รายงานการมีส่วนได้เสียของตนเองและบุคคลที่มีการเกี่ยวข้อง ตามมาตรา 89/14 แห่ง พรบ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และกำหนดให้มีการทบทวนรายงานทุกปี และ/หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล โดยส่งรายงานถึงเลขานุการบริษัท
- คณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน จากการเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงาน ในการหาประโยชน์ส่วนตนในการทำธุรกิจที่แข่งขันกับบริษัทหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้ง เพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหุ้นของบริษัท หรือให้ข้อมูลแก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหุ้นของบริษัท
ผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดรายงานประจำปีได้จากเว็บไซต์ของบริษัท ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หรือในกรณีที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท ได้ที่หมายเลข 02-3260196 - 9 ต่อ 1201 หรือ 1501
นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดให้มีระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงและพัฒนาการปฏิบัติงานเพื่อก่อให้เกิดความมั่นคงในกิจการ จึงจัดให้มีการรายงานเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของบริษัท ในรายงานข้อมูลแบบ 56-1 รายงานประจำปี และเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.kce.co.th
มาตรการในการแจ้งเบาะแสและการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
บริษัทเชื่อมั่นว่าการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลที่ดีจะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว บริษัทจึงจัดให้มีช่องทางสำหรับพนักงาน บุคคลภายนอกและผู้ที่ประสงค์จะแจ้งเบาะแส หรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถส่งความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ หรือในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดหรือการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือขัดแย้งกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ผ่านทาง email: whistleblower@kce.co.th และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบุคคลผู้แจ้งเบาะแสว่าจะได้รับการคุ้มครอง บริษัทจึงได้มีนโยบายเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องเรียนซึ่งกำหนดให้ผ่านกรรมการตรวจสอบของบริษัท และการให้ความคุ้มครองต่อผู้ที่ร้องเรียน ไม่ให้ได้รับการกระทำที่ไม่เป็นธรรมและเก็บรักษาข้อมูลของบุคคลดังกล่าวไว้เป็นความลับ รวมถึงจัดให้มีการตรวจสอบเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนตามกระบวนการที่บริษัทกำหนดไว้เพื่อให้ความเป็นธรรมกับบุคคลที่ถูกร้องเรียนก่อนดำเนินการทางวินัย หรือทางกฎหมาย และรายงานต่อคณะกรรมการต่อไป
นักลงทุนสัมพันธ์
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้จัดโครงการผู้บริหารพบปะนักวิเคราะห์ขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสื่อสารและให้ข้อมูลต่อนักลงทุนและสื่อมวลชนอย่างสม่ำเสมอ
ในปี 2567 ประธานกรรมการ กรรมการบริษัท รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทได้ให้ข้อมูลกับนักลงทุนในโอกาสต่างๆ ได้แก่
- Conference Call/Video Conference จำนวน 5 ครั้ง
- ประชุมร่วมกับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุน 17 ครั้ง
- Group Company Visit 4 ครั้ง
- เข้าร่วม Event ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดขึ้น 2 ครั้ง
- ประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ 4 ครั้ง
- ให้สัมภาษณ์สื่อสิ่งพิมพ์ 3 ครั้ง
กิจกรรมพบปะนักลงทุน
เคซีอี เข้าร่วมกิจกรรมพบปะนักลงทุนหลากหลายรูปแบบเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงและส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์ได้พบปะนักลงทุนเพื่อชี้แจงข้อมูลผลการดำเนินงาน แผนกลยุทธ์ แนวทางการเติบโต รวมถึงสรุปเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นรอบปี และตอบข้อซักถาม
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
1. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
โครงสร้างคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วย
- คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการ 9 ท่าน ประกอบด้วยกรรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 3 ท่านกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร จำนวน 6 ท่าน ซึ่งเป็นกรรมการอิสระ 4 ท่านมากกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยกรรมการอิสระทุกท่านมีคุณสมบัติความเป็นอิสระครบถ้วนตามที่บริษัทกำหนด สามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นประโยชน์ต่อบริษัทอย่างเต็มที่ รายชื่อและข้อมูลกรรมการอิสระมีรายละเอียดปรากฏอยู่ในหัวข้อ “โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ”
คณะกรรมการบริษัทมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางการเติบโตและพัฒนาบริษัทด้วยการกำหนดแผนกลยุทธ์ นโยบาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจ รวมทั้งการกำกับดูแลและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในด้านต่างๆ ของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการพิจารณาทบทวน วิสัยทัศน์ และพันธกิจ ทุกปี นอกจากนั้นคณะกรรมการบริษัท ยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท นโยบายการกำกับดูแลกิจการ และการจัดทำคู่มือจรรยาบรรณสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานด้วย
- คณะกรรมการชุดย่อย จำนวน 4 คณะ
- คณะกรรมการตรวจสอบ
- คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
- คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- คณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
- คณะกรรมการบริหาร
ความหลากหลายในโครงสร้างของคณะกรรมการ
บริษัทกำหนดนโยบายเกี่ยวกับความหลากหลายในโครงสร้างของคณะกรรมการไว้ในกฎบัตรคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนและในนโยบายกำกับดูแลกิจการ โดยคณะกรรมการบริษัทสนับสนุนให้โครงสร้างคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถที่หลากหลาย มีประสบการณ์ ความรู้ความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ ยึดมั่นในคุณธรรมและซื่อสัตย์ โดยไม่จำกัด เพศ เชื้อชาติ ศาสนา อายุ ทักษะทางวิชาชีพ หรือคุณสมบัติเฉพาะด้านอื่นๆ
ทั้งนี้ กรรมการแต่ละท่านเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถในหลากหลายสาขาวิชาชีพ มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ และทักษะความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อกิจการ โดยกรรมการทุกท่านได้อุทิศเวลาและความพยายามให้กับการเป็นกรรมการบริษัทอย่างเต็มที่ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องบนพื้นฐานของจริยธรรมขั้นพื้นฐานมีอิสระในการตัดสินใจและเสนอความคิดเห็นด้วยความเป็นผู้มีวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต พากเพียรและใส่ใจในทุกๆขั้นตอนของการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายและกลยุทธ์ที่ได้กำหนดไว้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านบนพื้นฐานของการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
นอกจากนั้นเพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริษัทมีการกำหนดนโยบายจำกัดจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่กรรมการแต่ละคนจะไปดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 5 แห่งและบริษัทได้กำหนดนโยบายในการไปดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของกรรมการผู้จัดการ ไม่เกิน 5 แห่ง
ทั้งนี้ นโยบายจำกัดจำนวนกิจการอื่นที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนดังกล่าว ไม่นับรวมบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของบริษัทเนื่องด้วยการบริหารงานมีลักษณะการบริหารงานแบบเป็นกลุ่ม จึงต้องแต่งตั้งผู้บริหารในตำแหน่งที่สำคัญของบริษัท ซึ่งอาจดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทอยู่ในขณะนั้นไปเป็นกรรมการของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมด้วยเพื่อให้มีการบริหารงานอย่างสอดคล้องกับนโยบายในภาพรวมของกลุ่ม
2. คณะกรรมการชุดย่อย
เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลคณะกรรมการได้จัดให้มีคณะอนุกรรมการ 2 คณะ เพื่อช่วยศึกษาและกลั่นกรองการดำเนินงานตามความจำเป็น ต่อมาในปี 2556 คณะกรรมการได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มอีกได้แก่ คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ และในปี 2559 ได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร ดังนั้น บริษัทมีคณะอนุกรรมการชุดย่อย รวม 4 คณะ ประกอบด้วย
- คณะกรรมการตรวจสอบ
- คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
- คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- คณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร และ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ
สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริษัท รายชื่อคณะกรรมการชุดย่อย ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีรายละเอียดปรากฎอยู่ในหัวข้อ “โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ”
การสรรหากรรมการ
วาระการดำรงตำแหน่ง
กรรมการแต่ละท่านมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และให้กรรมการอิสระดำรงตำแหน่งกรรมการติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 วาระ และสามารถต่อวาระได้โดยรวมไม่เกิน 9 ปี ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทสามารถพิจารณาขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระได้ตามที่เห็นสมควร และในปีที่กรรมการอิสระดังกล่าวครบกำหนดออกตามวาระ คณะกรรมการอาจเสนอชื่อกรรมการดังกล่าวให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาเลือกตั้งกรรมการกลับเข้าเป็นกรรมการอิสระต่อไปได้ กรณีที่กรรมการอิสระที่ดำรงตำแหน่งเกิน 9 ปี จะพิจารณาจากความจำเป็นและมีเหตุผลสมควร
โดยตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัดและข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่ง 1 ใน 3 ถ้าจำนวนกรรมการที่จะออกแบ่งให้ตรงเป็น 3 ส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้เคียงที่สุดกับส่วน 1 ใน 3 โดยให้กรรมการคนที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง และกรรมการที่ออกจากตำแหน่งนั้นมีสิทธิได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งใหม่ได้ ทั้งนี้คณะกรรมการมีนโยบายให้วาระของกรรมการชุดย่อยสอดคล้องกับวาระการเป็นกรรมการบริษัท
หมายเหตุ:
ปี 2567 คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 4 ท่าน เป็นกรรมการที่ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระนับจากปีที่แต่งตั้งรวมแล้วยังไม่เกิน 9 ปี จำนวน 3 ท่าน มี 1 ท่านที่ดำรงตำแหน่ง กรรมการอิสระเกิน 9 ปี คือ นายไพฑูรย์ ทวีผล ซึ่งเป็นกรรมการที่มีความรู้และความชำนาญด้านบัญชีและการเงิน สามารถให้คำปรึกษาและการแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับบริษัท และในช่วงของการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระนั้น ได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อยโดยแสดงความเห็นได้อย่างเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหากรรมการโดยมอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้สรรหาบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้ารับการคัดเลือก และเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหาคัดเลือก ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ของบริษัท ในช่วงเวลานั้นๆ ด้วย ทั้งนี้ จะพิจารณาผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมจากช่องทางต่างๆ เช่น เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย กรรมการของบริษัท เสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการ พิจารณาจากทำเนียบกรรมการ (กรรมการ Pool) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และจากช่องทางอื่นๆ ที่คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณาเห็นสมควร
โดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนมีหน้าที่และรับผิดชอบในการพิจารณาคัดเลือกและกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามข้อบังคับของบริษัท และสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ตามความหลากหลายในโครงสร้างของคณะกรรมการ (Board Skill matrix) ที่กำหนดคุณสมบัติของกรรมการที่ต้องการสรรหา ตลอดจนหลักเกณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วนำเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ จากนั้น นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้เลือกตั้งกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
- ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการให้ถือว่าผู้ถือหุ้นแต่ละคนมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
- ให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเสียงทั้งหมดที่ตนมีอยู่เลือกบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการทีละคน
- บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมี หรือพึงจะเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมา มีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมี ให้ประธานที่ประชุมออกเสียงได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
- ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเนื่องจากเหตุอื่นนอกจากการครบวาระออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้คณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเข้าเป็นกรรมการแทนในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไป โดยบุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
- คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้กรรมการบริษัทดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนรวมไม่เกิน 5 บริษัท
Board Skill Metric
| ประสบการณ์และความชำนาญ | นายบัญชา องค์โฆษิต |
นายพิธาน องค์โฆษิต |
แพทย์หญิงจันทิมา องค์โฆษิต |
นายไพฑูรย์ ทวีผล |
นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต |
นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ |
นายครรชิต บุนะจินดา |
ดร.สุธี โมกขะเวส |
นายสรรค์ เสนาดิสัย |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| การบริหารธุรกิจ/การจัดการ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ |
| ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์/อุตสาหกรรมยานยนต์ | ✔ | ✔ | ✔ | ||||||
| การบัญชี/การตรวจสอบ | ✔ | ✔ | |||||||
| การเงิน/การบริหารการลงทุน | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ||||
| วิศวกรรมศาสตร์ | ✔ | ✔ | |||||||
| การจัดการเชิงกลยุทธ์/การบริหารความเสี่ยง | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ |
| เศรษฐศาสตร์/การวิเคราะห์ข้อมูล | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | |||
| ESG บรรษัทภิบาลและความยั่งยืน | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | |||
| การตลาด/การค้าระหว่างประเทศ | ✔ | ✔ | ✔ | ✔ | |||||
| การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ | ✔ | ✔ | |||||||
| กฎหมายและภาษี | ✔ | ||||||||
| ประกันภัย/ประกันชีวิต | ✔ | ||||||||
| การแพทย์ | ✔ |
การสรรหาผู้บริหาร
- การสรรหากรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
คณะกรรมการบริหารเป็นผู้พิจารณาในเบื้องต้นในการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เหมาะสม มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของบริษัทและนำเสนอต่อคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณาอนุมัติ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติต่อไป
- การสรรหาผู้บริหาร
สำหรับการสรรหาและแต่งตั้งผู้บริหารของบริษัทนั้น คณะกรรมการบริษัทได้ให้อำนาจประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เหมาะสมกับตำแหน่งและหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมถึงมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของบริษัท โดยการคัดเลือกเป็นไปตามระเบียบในการสรรหาบุคคลของฝ่ายทรัพยากรบุคคล
3. บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร
บริษัทได้มีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและประธานกรรมการบริหารไว้อย่างชัดเจนโดยคณะกรรมการมีบทบาทในการกำกับดูแลการบริหารงานของฝ่ายบริหารให้เป็นไปตามเป้าหมาย และให้มีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นว่ากิจกรรมต่างๆ ของบริษัทได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและจริยธรรม คณะกรรมการทุกท่านมีความเข้าใจในหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการและลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัท ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตระมัดระวังและรอบคอบโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท และเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายคณะกรรมการได้แสดงความคิดเห็นของตนอย่างเป็นอิสระและอุทิศเวลาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ขอบเขตอำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และประธานกรรมการบริหาร มีรายละเอียดปรากฎอยู่ในหัวข้อ“โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ”
4. ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์
คณะกรรมการมีภาวะผู้นำวิสัยทัศน์และมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ และรับผิดชอบตามหน้าที่ในการกำกับดูแลกิจการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นโดยรวม คณะกรรมการบริษัทได้มีส่วนในการกำหนดและให้ความเห็นชอบ วิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัท ตลอดจนกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนธุรกิจ และงบประมาณที่กำหนดไว้เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่กิจการ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
5. การดำเนินงานของคณะกรรมการในปี 2567
คณะกรรมการบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจการให้เจริญก้าวหน้าและสร้างมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้นตามวิสัยทัศน์และพันธกิจ โดยคำนึงถึงจรรยาบรรณ สภาวะความเสี่ยง และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคณะกรรมการใช้ดุลยพินิจที่เป็นอิสระในการดำเนินกิจการ และมีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุนอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เท่าเทียม และทันเวลา
ในรอบปี 2567 คณะกรรมการได้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ ดังนี้
- การกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินธุรกิจ
คณะกรรมการร่วมกับฝ่ายบริหารในการทบทวน วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัท และร่วมหารือกับฝ่ายบริหารเป็นประจำทุกปี เพื่อกำหนดมาตรการ แผนการดำเนินงาน แผนการลงทุน แผนการจ่ายเงินปันผล และปัญหาต่างๆ รวมทั้ง กำหนดให้ฝ่ายบริหารสื่อสารนโยบายและทิศทางการดำเนินงานให้พนักงานทุกระดับทั่วองค์กรได้รับทราบ และติดตามดูแลให้การบริหารเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในการประชุมคณะกรรมการซึ่งจัดขึ้นทุกเดือน หรือปีละ 12 ครั้ง - การกำกับดูแลกิจการ
เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงานด้านการกำกับดูแลกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการได้- พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านคอร์รัปชั่น ประจำปี 2567 ตลอดจนเป้าหมายประจำปีเพื่อถ่ายทอดสู่การปฏิบัติทุกระดับ
- ให้คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งเสริม เผยแพร่นโยบายการกำกับดูแลกิจการ จริยธรรมธุรกิจ และข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน
- ทบทวนและปรับปรุงคู่มือนโยบายการกำกับดูแล และจริยธรรมธุรกิจ
- จัดให้คณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะ และกรรมการผู้จัดการ ทำการประเมินตนเอง
- กำหนดช่องทางการแจ้งข้อร้องเรียนและข้อแนะนำในเรื่องต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย มีช่องทางแสดงความเห็นได้อย่างอิสระเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงระบบบริหารจัดการที่ดีขึ้น
- ดูแลให้คณะกรรมการกำกับดูแลฯ ดำเนินการ ปรับปรุง ประเมิน ทบทวน หลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมของบริษัทให้เป็นปัจจุบัน และสอดคล้องกับกฎหมาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และแนวปฏิบัติที่ดีตามมาตรฐานสากล และรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบ
- จัดให้หน่วยงานตรวจสอบภายในทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับการปฏิบัติงาน Compliance Unit โดยให้ขึ้นตรงกับคณะกรรมการตรวจสอบ
- พิจารณากำหนดนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาด้านความยั่งยืน
- ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่เพียงพอและเหมาะสม และติดตามการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยให้คณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร รายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาเป็นประจำ
- พิจารณาแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ
- มีนโยบายให้กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารรวมกรรมการอิสระมีโอกาสประชุมระหว่างกันเองโดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมด้วย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- กำกับดูแลให้มีการจัดทำแนวปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น และจัดให้มีการสื่อสารในเรื่องมาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่น ไปยังบริษัทย่อยทุกบริษัทในกลุ่ม
- จัดให้กรรมการได้มีโอกาสเยี่ยมชมความคืบหน้าการลงทุนในโรงงานใหม่ รวมทั้ง ส่งเสริมให้กรรมการ และผู้บริหาร เข้ารับการอบรมสัมนาในหลักสูตรต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความรู้ และเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธภาพมากยิ่งขึ้น
- จัดให้มีการประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในโดยฝ่ายจัดการที่เกี่ยวข้อง และให้คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานการประเมินดังกล่าว ก่อนรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณา
- พิจารณาทบทวนนโยบายและหลักเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาและค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารระดับสูง รวมถึงกระบวนการการสรรหากรรมการ และการทบทวนโครงสร้างและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนเพื่อให้สอดคล้องกับความรับผิดชอบและการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการตามที่คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนนำเสนอ
- คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ได้พิจารณาทบทวนกฎบัตรของคณะกรรมการ ปีละ 1 ครั้ง
- คณะกรรมการได้พัฒนาและปรับปรุงการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นมาอย่างต่อเนื่อง ในการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทได้รับการประเมินคุณภาพการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในระดับ “ดีเยี่ยม”จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- คณะกรรมการมีความมุ่งมั่น และให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ในปี 2567 บริษัทได้รับการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักเกณฑ์การประเมินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) เป็นปีที่สิบต่อเนื่องซึ่งประเมินโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute Of กรรมการs Association; IOD)
- ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ (ทั้งคณะ และรายบุคคล) สำหรับผลการประเมินปี 2567 อยู่ในระดับ “ดีเยี่ยม”
6. การประชุมคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการร่วมกันกำหนดวันประชุมคณะกรรมการไว้เป็นการล่วงหน้าในแต่ละปี ในปี 2567 มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทรวม 13 ครั้ง ซึ่งเป็นวาระการประชุมตามปกติ
ประธานกรรมการและเลขานุการบริษัท จะร่วมกันพิจารณากำหนดวาระการประชุมก่อนการประชุมแต่ละครั้งอย่างชัดเจน และเปิดโอกาสให้กรรมการทุกท่านสามารถเสนอวาระการประชุมได้อย่างเป็นอิสระ โดยประธานกรรมการเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของวาระดังกล่าว
เลขานุการบริษัทคือ นางวสรา โชติธรรมรัตน์ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีคุณสมบัติ การศึกษาและประสบการณ์ทางด้านบัญชีและการเงิน จะจัดส่งเอกสารประกอบการประชุมในวาระที่สามารถเปิดเผยเป็นลายลักษณ์อักษรหรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทให้กรรมการได้มีเวลาพิจารณาล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันพร้อมกับจดหมายเชิญประชุม โดยระบุวัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วน เพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัท จะแจ้งการนัดประชุมโดยวิธีอื่นและกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่านั้นได้ ในกรณีที่คณะกรรมการต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุม สามารถสอบถามได้ที่สำนักบริหารของบริษัทโดยในการประชุมแต่ละครั้ง กรรมการสามารถที่จะเสนอวาระการประชุมเพิ่มเติมได้
ในระหว่างการประชุม ประธานในที่ประชุมได้มีการจัดสรรเวลาอย่างเพียงพอในการอภิปรายประเด็นที่สำคัญ อีกทั้งสนับสนุนให้กรรมการทุกท่านได้แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และเป็นอิสระ มีการใช้ดุลยพินิจ อย่างรอบคอบ ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดนโยบายจำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำ ณ ขณะที่จะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการว่าต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยเลขานุการบริษัทจะเข้าร่วมประชุมและจดบันทึกการประชุมทุกครั้ง และบางครั้งอาจจะเชิญผู้บริหารที่รับผิดชอบงานในหัวข้อวาระการประชุมนั้นๆเข้าร่วมชี้แจงและให้ข้อมูลแก่กรรมการรวมทั้งให้คำแนะนำในด้านกฎเกณท์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้กับคณะกรรมการและผู้บริหารรับทราบด้วย โดยปกติการประชุมจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง
คณะกรรมการมีการพิจารณาเกี่ยวกับ รายงานผลการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทย่อย รายเดือนเปรียบเทียบกับเป้าหมาย เพื่อติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องทุกเดือน และมีการพิจารณาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในกฎหมาย ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนรับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการด้านการกำกับดูแลในการประชุมกรรมการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการสอดคล้องตามกฎหมาย และแนวปฏิบัติที่ดี
7. นโยบายการไปดำรงตำแหน่งกรรมการที่อื่นของกรรมการและผู้บริหาร
ในการที่บริษัทไปลงทุนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมนั้น บริษัทจะแต่งตั้งกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทไปเป็นกรรมการในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมดังกล่าว เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลให้ทุกบริษัทกำหนดนโยบายและดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท เพื่อสร้างให้เกิดพลังร่วมและมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานร่วมกัน (Synergy) และเกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทั้งนี้ ถือเป็นหน้าที่หนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหาร
8. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มี (1) การประเมินตนเองของคณะกรรมการทั้งคณะ (2) การประเมินตนเองของคณะกรรมการเป็นรายบุคคล (3) การประเมินตนเองของคณะกรรมการชุดย่อย 4 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร เพื่อให้กรรมการได้ร่วมกันพิจารณาผลงานและแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนา
- การประเมินตนเองของคณะกรรมการทั้งคณะ
คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลตนเองในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะเพื่อให้การประเมินผลสามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และใช้เป็นกรอบในการตรวจสอบการปฏิบัติงานในหน้าที่ของคณะกรรมการโดยสม่ำเสมอและให้มีบรรทัดฐานการปฏิบัติงานของคณะกรรมการอย่างมีหลักเกณฑ์และทำการประเมินผลการปฏิบัติงานโดยมีประธานกรรมการเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการเปรียบเทียบกับบรรทัดฐาน ปีละ 1 ครั้ง
กระบวนการประเมินตนเอง - คณะกรรมการทั้งคณะ
- คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้อนุมัติ และทบทวนแบบประเมินผล
ในปี 2567 คณะกรรมการเห็นชอบให้ใช้แบบประเมินตนเองที่เสนอแนะโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเพิ่มเติมและปรับปรุงคำถามเพื่อให้ครอบคลุมการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการทุกด้านและสอดคล้องกับลักษณะและสภาพแวดล้อมการประกอบธุรกิจของบริษัท - เลขานุการบริษัท เป็นผู้สรุปและวิเคราะห์ผลการประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัท และรายงานผลการวิเคราะห์จากการประเมินให้คณะกรรมการบริษัททราบ
- เลขานุการบริษัทเป็นผู้นำผลวิเคราะห์และความเห็นเพิ่มเติมจากคณะกรรมการบริษัทไปจัดทำแผนเพื่อดำเนินการปรับปรุง
หลักเกณฑ์การประเมินตนเอง - คณะกรรมการทั้งคณะ
- โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
ประกอบด้วยความหลากหลายของกรรมการ สัดส่วนของกรรมการ คุณสมบัติของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะ - บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
ประกอบด้วย การใช้เวลาที่เพียงพอต่อการพิจารณาเรื่องที่สำคัญ รายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ระบบการควบคุมภายใน การจัดการความเสี่ยง - การประชุมคณะกรรมการ
ประกอบด้วยการกำหนดการประชุมล่วงหน้าทั้งปี คุณภาพเอกสาร มีข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจของกรรมการ - การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ
ประกอบด้วย การเข้าร่วมประชุมอย่างสม่ำเสมอ การแสดงความเห็นได้อย่างอิสระ - ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ
ประกอบด้วย การเปิดโอกาสให้มีการหารือร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา - การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร
ประกอบด้วย ความเข้าใจบทบาทหน้าที่ มีความรู้ในธุรกิจของบริษัท ส่งเสริมให้กรรมการเข้าฝึกอบรม แผนสืบทอดตำแหน่ง
ผลประเมินตนเองของกรรมการบริษัททั้งคณะประจำปี 2567
มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับดีเยี่ยม
- คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้อนุมัติ และทบทวนแบบประเมินผล
- การประเมินตนเองของกรรมการรายบุคคล
กระบวนการประเมินตนเอง - กรรมการรายบุคคล
- คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้อนุมัติ และทบทวนแบบประเมินผล เพื่อให้มีความถูกต้อง และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด
- กรรมการรายบุคคลเป็นผู้ประเมินตนเอง เพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของกรรมการ ความเป็นอิสระ โครงสร้างการบริหาร การพัฒนาความรู้ และความเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กร
- เลขานุการบริษัทเป็นผู้สรุปผลและวิเคราะห์ผลการประเมิน และรายงานให้คณะกรรมการบริษัทเพื่อจัดทำแผนพัฒนากรรมการรายบุคคล
หลักเกณฑ์การประเมินตนเอง - กรรมการรายบุคคล
- คุณสมบัติของคณะกรรมการ ความหลากหลายของคณะกรรมการ ความเห็นชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ
- บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ: ความเป็นอิสระของกรรมการ การแสดงความเห็น และการเข้าร่วมกิจกรรมที่เพียงพอ ระบบการควบคุมภายใน และการจัดการความเสี่ยง การเปิดเผยข้อมูล
- การประชุม: การเข้าร่วมประชุม การแสดงความเห็นในการประชุม การศึกษาข้อมูลเป็นการล่วงหน้า
- การแสดงความเห็นอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการองค์กร
ผลประเมินตนเองของกรรมการรายบุคคลประจำปี 2567
มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับดีเยี่ยม
- การประเมินตนเองของคณะกรรมการชุดย่อย
คณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนและคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กรมีการประเมินตนเองเป็นประจำทุกปีเพื่อนำผลประเมินมาพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ในการสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการบริษัทและการดำเนินธุรกิจของบริษัทในด้านต่างๆ
1) คณะกรรมการตรวจสอบ
หัวข้อประเมิน
- การปฏิบัติหน้าที่โดยรวมของกรรมการ
- การสอบทานรายงานทางการเงิน
- ความเป็นอิสระของกรรมการ
- การปฏิบัติตามกฎหมาย
- การรายงานของกรรมการผลประเมินตนเองของคณะกรรมการตรวจสอบประจำปี 2567
มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับดีเยี่ยม
2) คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
หัวข้อประเมิน
- คุณสมบัติของกรรมการ
- ความเป็นอิสระของกรรมการ
- โครงสร้างและแผนพัฒนากรรมการอย่างต่อเนื่อง
- นโยบายกำหนดค่าตอบแทน
- วิธี และหลักเกณฑ์ การกำหนดค่าตอบแทนที่เป็นธรรมผลประเมินตนเองของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนประจำปี 2567
มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับดีเยี่ยม
3) คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
หัวข้อประเมิน
- การปฏิบัติหน้าที่โดยรวมของกรรมการ
- นโยบายการกำกับดูแล จริยธรรมทางธุรกิจ
- มาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่น
- การติดตามการปฏิบัติตามนโยบาย
- การสอบทานการปฏิบัติตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- การรายงานของกรรมการผลประเมินตนเองของคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประจำปี 2567
มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับดีเยี่ยม
4) คณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
หัวข้อประเมิน
- การดูแลและดำเนินการด้านบริหารความเสี่ยง
- การติดตามและการประเมินผล
- การกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยง
- การรายงานผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอผลประเมินตนเองของคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กรประจำปี 2567
มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับดีเยี่ยม
- การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ
คณะกรรมการบริษัท กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการเป็นประจำทุกปี โดยใช้เป้าหมายและหลักเกณฑ์ในการประเมินที่เชื่อมโยงกับความสำเร็จของแผนยุทธศาสตร์ เพื่อพิจารณาค่าตอบแทนตามมาตรฐานของบริษัทที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน และแรงจูงใจที่เหมาะสม
คณะกรรมการเห็นชอบให้ใช้แบบประเมินผลการปฏิบัติงานของ CEO ตามแนวทางการประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในทุกสิ้นปีเลขานุการบริษัทจะจัดส่งแบบประเมินให้กรรมการบริษัททุกท่านประเมิน CEO รวมทั้งจัดส่งแบบประเมินดังกล่าวให้ CEO ประเมินตนเองเพื่อนำผลการประเมินมาเปรียบเทียบและเป็นข้อมูลในการพัฒนาศักยภาพของ CEO ต่อไป
ทั้งนี้ เลขานุการบริษัทจะเป็นผู้รวบรวมและรายงานสรุปผลต่อที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เพื่อนำเสนอผลประเมินการปฏิบัติงานของ CEO ต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนต่อไป
9. ค่าตอบแทน
บริษัทมีนโยบายที่จะกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการบริษัท กรรมการผู้จัดการ (CEO) และผู้บริหารระดับสูง ให้อยู่ในระดับที่เทียบเคียงได้กับที่ปฏิบัติในอุตสาหกรรมเดียวกัน และอยู่ในระดับที่สามารถจูงใจได้ รวมทั้งจัดค่าตอบแทนในลักษณะที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษัท เพื่อสามารถรักษากรรมการ และผู้บริหาร ที่มีคุณภาพตามที่ต้องการได้ โดยมีคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาค่าตอบแทนกำหนด วิธีปฏิบัติการจ่ายค่าตอบแทน และรายงานผลการพิจารณาค่าตอบแทนต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาขออนุมัติในที่ประชุมผู้ถือหุ้น สำหรับเนื้อหาการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่กรรมการและผู้บริหารในปี 2567รายละเอียดปรากฎอยู่ในหัวข้อ “โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ”
ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ได้กำหนดเกณฑ์การประเมินกรรมการผู้จัดการ (CEO) เพื่อจ่ายค่าตอบแทน ทั้งระยะสั้น และระยะยาว ดังนี้
ระยะสั้น : จ่ายค่าตอบแทนในรูปของเงินเดือน และโบนัส โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน (KPI)
ระยะยาว : โครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (EJIP)
10. การพัฒนาความรู้กรรมการและผู้บริหาร
คณะกรรมการบริษัท มีนโยบายส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ซึ่งรวมถึง กรรมการ, กรรมการตรวจสอบ, กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน, กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร, กรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และหลักสูตรของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Instituteof กรรมการs Association: IOD)
กรรมการของบริษัทได้เข้ารับการอบรมกับสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ ร้อยละ 100 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ โดยมีหลักสูตรของ IOD คือ
กรรมการs Accreditation Program (DAP) ร้อยละ 67 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ
กรรมการs Certification Program (DCP) ร้อยละ 89 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ
| การเข้าร่วมอบรมหลักสูตรของสมาคม IOD ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ | |||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รายชื่อกรรมการ | นายบัญชา องค์โฆษิต |
นายพิธาน องค์โฆษิต |
พญ. จันทิมา องค์โฆษิต |
นายไพฑูรย์ ทวีผล |
นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต |
นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ |
นายครรชิต บุนะจินดา |
ดร. สุธี โมกขะเวส |
นายสรรค์ เสนาดิสัย |
| หลักสูตรอบรม | |||||||||
| Audit Committee Program (ACP) | ⏺︎ | ⏺︎ | |||||||
| Anti-Corruption for Executive Program (ACEP) | ⏺︎ | ||||||||
| กรรมการ Accreditation Program (DAP) | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | |||
| กรรมการ Certification Program (DCP) | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | |
| Financial Statements for กรรมการs (FSD) | ⏺︎ | ||||||||
| Monitoring the Internal Audit Function (MIA) | ⏺︎ | ⏺︎ | |||||||
| Monitoring the System of Internal Control and RiskManagement (MIR) | ⏺︎ | ⏺︎ | |||||||
| Monitoring Fraud Risk Management (MFM) | ⏺︎ | ||||||||
| Monitoring the Quality of Financial Reporting (MFR) | ⏺︎ | ⏺︎ | |||||||
| Chartered กรรมการ Class (R-CDC) | ⏺︎ | ||||||||
| Role of the Compensation Committee (RCC) | ⏺︎ | ||||||||
| Role of the Chairman Program (RCP) | ⏺︎ | ||||||||
| Risk Management Program for Corporate Leaders (RCL) | ⏺︎ | ||||||||
| Finance for Non-Finance กรรมการ (FN) | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ||||||
| กรรมการ Leadership Certification Program (DLCP) | ⏺︎ | ||||||||
| Role of the Chairman Program (RCP) | ⏺︎ | ||||||||
| Strategic Board Master Class (SBM) | ⏺︎ | ||||||||
นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้คณะกรรมการและผู้บริหารมีความรู้เกี่ยวข้องกับการบริหารงานด้วย โดยในปี 2567 กรรมการและผู้บริหารได้เข้าร่วมการอบรมและสัมมนาหลักสูตรอื่นๆ มีดังนี้
กรรมการเข้าร่วมอบรมหลักสูตรอื่นๆ ดังนี้
| รายชื่อกรรมการ | นายบัญชา องค์โฆษิต |
นายพิธาน องค์โฆษิต |
พญ. จันทิมา องค์โฆษิต |
นายไพฑูรย์ ทวีผล |
นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต |
นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ |
นายครรชิต บุนะจินดา |
ดร.สุธี โมกขะเวส |
นายสรรค์ เสนาดิสัย |
||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| หัวข้อการฝึกอบรม / สัมมนา |
องค์กรที่จัด | วันที่อบรม | |||||||||||
| 1 | Science based target of Climate Mitigation for Board-Level | IOD | 18 ม.ค. | ⏺︎ | |||||||||
| 2 | การประเมินคาร์บอน ฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO) | บจ.อีอีเอสซัสเทน อะบิลิตี้ | 7 - 8 มี.ค. | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | |||||||
| 3 | การป้องปรามปราบพฤติกรรม ไม่เหมาะสมของบริษัท จดทะเบียน | SEC & SET | 26 มี.ค. | ⏺︎ | ⏺︎ | ||||||||
| 4 | การจัดการความเสี่ยง Risk Management for IATF 16949 | สถาบันไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์ | 5 เม.ย. | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | |||||||
| 5 | National กรรมการ Conference 2024 - Sustainable Future : The Board as a Catalyst for Value | IOD | 4 ก.ค. | ⏺︎ | |||||||||
| 6 | CAC Certification Ceremony 2024 -Business Beyond CAC: Spotlight on Supply Chain ห่วงโซ่ธุรกิจโปร่งใส ภาคธุรกิจไทยยั่งยืน | IOD | 12 ก.ค. | ⏺︎ | |||||||||
| 7 | Empowering Boards: Enhancing Governance, Standards, and Financial Insights | SET | 24 ก.ค. | ⏺︎ | ⏺︎ | ||||||||
| 8 | Independent กรรมการ Forum 2024 - Maximizing Board Effectiveness: The Role of Lead Independent กรรมการs in Thai Business | IOD | 6 ก.ย. | ⏺︎ | |||||||||
| 9 | Leading with Urgency: Climate Action for Boards | IOD | 24 ก.ย. | ⏺︎ | |||||||||
| 10 | CAC Certification Ceremony 2/2024 - Navigating ESG: The Power of Integrity | IOD | 11 พ.ย. | ⏺︎ | |||||||||
| 11 | Chairman Forum 2024 - The Art of Chairman-CEO Dynamics: Fostering trust and Collaboration | IOD | 11 พ.ย. | ⏺︎ | |||||||||
| 12 | TCFD Disclosure and Climate Risk | IOD | 3 ธ.ค. | ⏺︎ | ⏺︎ | ||||||||
ผู้บริหารเข้าร่วมอบรมหลักสูตรอื่นๆ ดังนี้
| รายชื่อผู้บริหาร | นางสาวสิวิภา มหธราดล |
นาย เฟรคริค การ์ราเปต โอฮาเนี่ยน |
นาง วสรา โชติธรรมรัตน์ |
นายอรรถสิทธิ์ สุนทรวิวัฒน์ |
นายวิบูรณ์ องค์โฆษิต |
นายบุญชวน อิมราพร |
นางพัชรินทร์ พลางกูร |
|||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| หัวข้อการฝึกอบรม / สัมมนา |
องค์กรที่จัด | วันที่อบรม | ||||||||
| 1 | เตรียมความพร้อมสู่การเป็นคณะทำงานด้าน PDPA ในหน่วยงาน (DPO In Action) | บจ.ดีบีซี กรุ๊ป | 27 ก.พ. | ⏺︎ | ||||||
| 2 | Digital Revolutionization for business modernization | บจ. ยิบอินซอย | 29 ก.พ. | ⏺︎ | ||||||
| 3 | ESG-101 ภาพรวมด้านการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน | SET ESG Academy | ก.พ. - พ.ค. | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | |||
| 4 | P01 พื้นฐานด้านความยั่งยืนของธุรกิจ | SET ESG Academy | ก.พ. - พ.ค. | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | |||
| 5 | การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO) | บจ. อีอีเอสซัสเทน อะบิลิตี้ | 7 มี.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 6 | Transfroming Organizations info Industry Leaders | Hewlett Packard Enterprise | 14 มี.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 7 | Market shift - from standard MLB/HDI automotive PCBs to HLC server/ storage, high-frequency 5G applications and more complex HDI PCBs | Atotech (Thailand) co.,Ltd. | 15 มี.ค., 15 พ.ค. | ⏺︎ | ⏺︎ | |||||
| 8 | SET Sustainability Assessment 2024 (หุ้นยั่งยืน) | SET | 23 เม.ย. | ⏺︎ | ||||||
| 9 | การตรวจประเมินปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA สำหรับ DPO | บจ. ดีบีซี กรุ๊ป | 2 พ.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 10 | การบริหารจัดการตามนโยบายสิทธิมนุษยชนในองค์กรธุรกิจและบริษัทมหาชน | สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิคส์ | 10 พ.ค. | ⏺︎ | ⏺︎ | |||||
| 11 | การรวมธุรกิจและการจัดทำงบการเงินรวมขั้นสูง | สภาวิชาชีพบัญชี | 29 - 30 พ.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 12 | การตระหนักรู้ด้านคุณภาพสำหรับการเงินและการบัญชี | AD\KCE | 15 มิ.ย. | ⏺︎ | ||||||
| 13 | บทบาทและหน้าที่ของเลขานุการบริษัท | SET/TCSC | 26 มิ.ย. | ⏺︎ | ||||||
| 14 | CFO Professional Development Program "ติดตามสถานะการณ์เศรษฐกิจสำหรับ CFO" | SET/TLCA | 28 มิ.ย. | ⏺︎ | ⏺︎ | |||||
| 15 | Transformative Strategies for Sustainability AI and Data Security Driven Future Infrastructure in 2024 | Cisco | 18 ก.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 16 | 2024 Annual CFO Summit: The Finance Function of Tomorrow | บจ. บีดีโอ ออดิท | 18 ก.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 17 | Audit Committee Forum 2024 "มาตรฐานใหม่ของการตรวจสอบภายใน" | IOD | 19 ก.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 18 | Six sigma Project (Champions) | มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ | 2 ส.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 19 | การปรับเปลี่ยนการผลิต 4.0 และการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในการผลิต 4.0 (On line) | มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ | 16 ส.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 20 | CFO Professional Development Program "มาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการออกหลักทรัพย์ด้าน ESG | SET/TLCA | 21 ส.ค. | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ||||
| 21 | การจ่ายเงินปันผล | SET | 23 ส.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 22 | Canvaสำหรับงานระดับมืออาชีพ | HRD/KCE | 26 ส.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 23 | CFO เชิงกลยุทธ ในตลาดทุน | SET/TLCA | 16,17,24,30,31 ส.ค., 7 ก.ย. | ⏺︎ | ||||||
| 24 | การขอความยินยอมตาม PDPA ภาคปฏิบัติ | บจ. ดีบีซี กรุ๊ป | 10 ก.ย. | ⏺︎ | ||||||
| 25 | CFO Professional Development Program การออกตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน (ESG Bond) | TLCA | 12 ก.ย. | ⏺︎ | ⏺︎ | ⏺︎ | ||||
| 26 | Transition Finance: Bridging the Gap to Sustainability | SEC | 16 ก.ย. | ⏺︎ | ||||||
| 27 | การประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจ 2024 | บจ.เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี | 24 ก.ย. | ⏺︎ | ||||||
| 28 | NDBS THAILAND & SAP USER CONFERENCE 2024 | บจ. เอ็นทีที เดต้า บิสซิเนส โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) | 18 ต.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 29 | Q & A ข้อสังเกตุการจัดทำ 56-1 One Report | SET/TLCA | 30 ต.ค. | ⏺︎ | ||||||
| 30 | Accounting issue ปี2567 มาตราฐานรายงานทางการเงินปี 2567 ประเด็นทางบัญขีที่น่าสนใจสหำหรับบริษัทจดทะเบียน | สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย | 22 พ.ย. | ⏺︎ | ||||||
| 31 | วิเคราะห์งบการเงินเพื่อประเมินความเสี่ยงด้านบัญชีและภาษีอากร | สภาวิชาชีพบัญชี | 25 พ.ย. | ⏺︎ | ||||||
| 32 | ความแตกต่างระหว่างมุมบัญชีและภาษี | สภาวิชาชีพบัญชี | 6 ธ.ค. | ⏺︎ | ||||||
11. แผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของเคซีอี
คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการทุกสายงาน คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูงของบริษัท โดยพิจารณากำหนดความรู้ ความสามารถ (Competency) ประสบการณ์ ของแต่ละตำแหน่งงาน เพื่อคัดเลือกผู้ที่เป็นคนเก่งและมีความสามารถเข้ามาร่วมงาน และมุ่งเน้นรับคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง (Young Talent) และให้ความสำคัญในการดูแล การพัฒนาสร้างความพร้อมให้ทุกคนมีโอกาสเติบโตก้าวหน้าขึ้นสู่ระดับผู้บริหารในอนาคต (Future Leader) อีกทั้ง บริษัทยังได้ดูแลค่าตอบแทนและผลประโยชน์ ตามหลัก Performance-based Pay ให้ค่าตอบแทนตามความสำเร็จตามเป้าหมายที่เหมาะสมและเป็นธรรมเพื่อรักษาบุคลากรให้เติบโตไปพร้อมกับบริษัทในระยะยาว คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ต้องดำเนินการทบทวนและสรุปผลการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งของกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการเป็นประจำ และรายงานคณะกรรมการบริษัททราบปีละครั้ง
12. เลขานุการบริษัท
บริษัทมีนโยบายแต่งตั้งเลขานุการของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งเลขานุการบริษัทเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีหน้าที่รับผิดชอบตามรายละเอียดที่ปรากฎในหัวข้อ“โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ
13. หัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงานของบริษัท (Compliance)
นาย พิธาน องค์โฆษิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ เป็นประธานหัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงานของบริษัท โดยทำหน้าที่ในการกำกับดูแลให้กรรมการและผู้บริหารปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎข้อบังคับต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พรบ. บริษัทมหาชนและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจ การสื่อสารและการสร้างความตระหนักรู้ให้เกิดขึ้นโดยมีนางสาวชญานี ชัยเดชขจร หัวหน้าส่วนงานตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานภายในบริษัท รวมถึงการติดตามการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสม
14. การกำกับดูแลด้านความขัดแย้งทางผลประโยชน์
บริษัทมีนโยบายในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน หลีกเลี่ยงการทำรายการที่เกี่ยวโยงกับตนเองหรือบุคคล/นิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัท
โดยคณะกรรมการได้กำหนดนโยบายการพิจารณาและลงมติว่าการกระทำใดๆ ที่เป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้อย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการมีหน้าที่ต้องรายงานการกระทำใดๆที่เห็นว่าเป็นการขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้ที่ประชุมรับทราบ ซึ่งในกรณีที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ จะไม่อนุญาตให้กรรมการท่านนั้นเข้าร่วมประชุม หรือมีสิทธิออกเสียงใดๆ ในวาระนั้นๆ และคณะกรรมการจะต้องรายงานรายการขัดแย้งทางผลประโยชน์นั้นๆ ให้กับคณะกรรมการตรวจสอบสอบทานและให้ความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการมีหน้าที่ดูแลให้บริษัท ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกันตามที่กฎหมาย หรือหน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัท ต้องรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานตามลักษณะงานที่มีความเสี่ยง (แผนกจัดซื้อและชิปปิ้ง) ต้องรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการผ่าน“แบบรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์” ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นประจำทุกปีและในระหว่างปี หากมีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้
สำหรับปี 2567 คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารและพนักงานทุกคนของแผนกจัดซื้อและชิปปิ้ง เปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ผ่านแบบรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และไม่พบความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้น ดังตารางด้านล่าง
| ระดับ | อัตราการทำแบบรายงาน | มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ |
|---|---|---|
| คณะกรรมการบริษัท | 100% | ไม่มี |
| ผู้บริหารของบริษัท | 100% | ไม่มี |
| พนักงานของแผนกจัดซื้อและชิปปิ้ง | 100% | ไม่มี |
บริษัทและบริษัทย่อยต่างๆ มีรายการระหว่างกัน ดังที่ได้แสดงไว้ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินรวมและงบการเงินของบริษัท สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลรายการระหว่างกันของบริษัทและบริษัทย่อยต่างๆที่เกิดขึ้นโดยละเอียด ทั้งนี้รายการที่เกิดขึ้นเป็นรายการธุรกิจปกติกับบริษัทย่อย ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ใดๆ
15. การต่อต้านการทุจริต
คณะกรรมการมีความเห็นว่าการทุจริตเป็นความเสี่ยงหนึ่งที่สำคัญขององค์กรจึงได้พิจารณาอนุมัติให้บริษัทเข้าร่วมการประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 บริษัทผ่านการรับรองเป็น Certified Company จากคณะกรรมการ CAC เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2558 และบริษัทได้รับการต่ออายุการรับรองต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 4 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2566
ในปี 2567 นี้ บริษัทในกลุ่ม ได้แก่ บริษัท ไทยลามิเนต แมนูแฟคเจอเรอร์ จำกัดซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิก CAC เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567
และเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 บริษัทได้รับรางวัล CAC Change Agent Award 2024 จาก CAC ซึ่งรางวัลดังกล่าวเป็นการประกาศเกียรติคุณบริษัทที่ผ่านการรับรองจาก CAC และได้ขยายเครือข่ายทางธุรกิจให้มีความโปร่งใสโดยการชักชวนคู่ค้าที่เป็นผู้ประกอบการ SME อย่างน้อย 10 บริษัทเข้าร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์กับโครงการ CAC เพื่อสร้างความโปร่งใสและความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน
16. ผลการดำเนินงานสำคัญด้านการกำกับดูแล
ตลอดปี 2567 คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้จัดให้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
- พิจารณาแผนงานเตรียมการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 และให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้การจัดการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดี และสอดคล้องกับเกณฑ์ AGM Checklist ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
- บริษัทได้รับคะแนนเต็ม 100 คะแนน หรือระดับดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 (AGM Checklist) ของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA)
- บริษัทได้รับคะแนนโดยรวม 98% ซึ่งอยู่ในระดับ "ดีเลิศ" (Excellent CG Scoring) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 จากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2567 ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
- บริษัทได้รับคะแนนการประเมินความยั่งยืนโดยรวม 74 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับESG Rating “ A “ จากโครงการ SET ESG Rating ประจำปี 2567 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- บริษัทได้พิจารณาแต่งตั้ง นายสรรค์ เสนาดิสัย กรรมการอิสระเป็นกรรมการกำกับสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้มีสัดส่วนของกรรมการอิสระเป็น 50% เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และได้เพิ่มจำนวนการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นอย่างน้อย 3 ครั้งต่อปี
- ทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) และนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยได้จัดให้มีการเผยแพร่บนเวปไซต์ของบริษัท www.kce.co.th รวมถึงสื่อสารให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนได้รับทราบเพื่อนำไปปฏิบัติโดยยึดหลักธรรมาภิบาลควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง
- พิจารณาและอนุมัติผลการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน ทบทวนและปรับปรุงการดำเนินงานด้านการกำกับดูแล ESG ของบริษัทในปี 2567 ให้ความเห็นชอบแผนการกำกับดูแล แผนการปฏิบัติงานของปี 2567 โดยให้ความสำคัญทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
- ทบทวนและกำหนดเป้าหมายหลักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงเป้าหมาย Net-Zero โดยให้สอดคล้องกับการตั้งเป้าหมายตามหลักวิทยาศาตร์หรือ Science-Based Target Initiative (SBTi)
- ทบทวนผลการดำเนินงานของคณะกรรมการจัดการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานต่างๆ และคณะทำงาน เพื่อให้การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อมสังคม และบรรษัทภิบาลตามกรอบการพัฒนาอย่างอย่างยั่งยืน
- กำกับดูแลให้มีการดำเนินการควบคุมให้มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 โดยมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รับผิดชอบดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและนโยบายที่ประกาศไว้ โดยในปี 2567 กลุ่มบริษัทไม่พบการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือการร้องเรียนที่ขัดต่อนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- กำกับดูแลให้มีการควบคุมด้านความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ ทั้งข้อมูลภายในของบริษัท ข้อมูลของลูกค้าและข้อมูลของคู่ค้า โดยมีการดำเนินงานตามระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามที่ได้รับการรับรองระบบมาตรฐานสากล Trusted Information Security Assessment Exchange (TISAX) เพื่อบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
- พิจารณาและให้คำแนะนำแก่คณะทำงานการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในการจัดฝึกอบรมให้ความรู้และสร้างความตระหนัก ตลอดจนกิจกรรมรณรงค์สื่อสารที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ซื่อสัตย์ โปร่งใส และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ตลอดจนให้ความเห็นชอบการทบทวนมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
- บริษัทได้ต่ออายุใบรับรองการเป็นสมาชิกของแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่นของภาคเอกชนไทย (CAC) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 โดยได้รับใบรับรอง CAC ในปี 2567และบริษัทได้รับรางวัล CAC Change Agent 2024 จากการเชิญชวนให้คู่ค้าร่วมประกาศเจตนารมย์กับCACต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
- พิจารณาและให้คำแนะนำแก่คณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในการกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากผลการทบทวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ประจำปี 2567
- พิจารณาและส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสีย เช่น การใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนในการมีส่วนร่วมกับคู่ค้าในโครงการหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์ของวัตถุดิบ การมีส่วนร่วมกับพนักงานในโครงการ Happy Workplace หรือองค์กรแห่งความสุข การมีส่วนร่วมกับชุมชนในโครงการตลาดนัดชุมชน การมีส่วนร่วมกับสถาบันการศึกษาในโครงการนักศึกษาฝึกงานและโครงการพลังงานสะอาดเพื่อการศึกษา เป็นต้น
นโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยง
คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ตรวจสอบระบบการควบคุมภายในเรื่องต่างๆ เช่น ระบบการบริหารด้านการเงิน การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของบริษัทกับกลยุทธ์ และเป้าหมาย การปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบ โดยบริษัทมีหน่วยงานตรวจสอบภายในที่จะทำการทดสอบความถูกต้องของข้อมูลรวมถึงการดูแลเก็บรักษาและใช้งานทรัพย์สินประเมินความเพียงพอและประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายในของระบบงานต่างๆ พร้อมด้วยการวางแผนตรวจสอบและติดตามให้มีการปฏิบัติตามแผนโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อช่วยป้องกัน บริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทและผู้ที่มีส่วนได้เสีย
คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับงบการเงิน สารสนเทศทางการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย และการรายงานทางการเงินในรายงานประจำปี งบการเงินของบริษัท จะได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีว่าถูกต้องตามที่ควร ในสาระสำคัญตามมาตรฐานบัญชีที่เป็นที่ยอมรับในประเทศไทย มีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญอย่างเพียงพอในงบการเงินและหมายเหตุประกอบงบการเงิน ในรายงานประจำปีของบริษัทด้วย
คณะกรรมการบริษัทยังมีความรับผิดชอบในการจัดรักษาไว้ซึ่งระบบภายในที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความมั่นใจอย่างมีเหตุผลในส่วนที่เกี่ยวกับงบการเงินว่ามีการบันทึกข้อมูลอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ มีการดูแลการเก็บรักษาและการใช้งานของทรัพย์สินและเพื่อเป็นการป้องกันการปฏิบัติโดยมิชอบหรือการทุจริต โดยคณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 3 ท่าน เพื่อให้ควบคุมดูแลให้บริษัทมีระบบรายงานทางการเงินและระบบการตรวจสอบที่เหมาะสม
แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ถูกใช้เป็นแนวทางในการประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัทด้วยตนเอง โดยฝ่ายจัดการที่เกี่ยวข้องและสำนักตรวจสอบภายในได้ทำการประเมินเป็นประจำทุกปี และการประเมินดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทด้วย
ปัจจุบัน ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานตรวจสอบภายในของบริษัท คือ นางสาวชญานี ชัยเดชขจร ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกตรวจสอบภายใน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่า ในสภาพปัจจุบัน ระบบควบคุมภายในของบริษัทในด้านต่างๆ กล่าวคือ ด้านสภาพแวดล้อมการควบคุม การประเมินความเสี่ยง มาตรการควบคุม ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล และระบบการติดตาม มีความเพียงพอและเหมาะสม
ปัจจัยความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยง
บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้ผลิต PCB รายใหญ่ของโลก และให้ความสำคัญว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของทุกกระบวนการในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงชุดต่างๆ ขึ้นมาทำงานเพื่อพิจารณาความเสี่ยงให้ครอบคลุมในทุกๆด้าน ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงของบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) มีทิศทางที่ชัดเจน สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายทางธุรกิจ ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่ดี
โครงสร้างการบริหารความเสี่ยง
บริษัทและบริษัทในเครือ มีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและบูรณาการควบคู่ไปกบการกำหนดกลยุทธ์และแผนธุรกิจเพื่อให้มีการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งองค์กร และเพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารความเสี่ยงจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจึงได้มีการกำหนดโครงสร้างการบริหารความเสี่ยง ดังนี้

- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับนโยบาย (BOD และ EX-BOD) ทำหน้าที่ กำกับดูแลการดำเนินงานตามนโยบายการบริหารความเสี่ยงและอนุมัติความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) ขององค์กร กำหนดโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งองค์กร แต่งตั้งและติดตามผลการปฎิบัติงานของคณะกรรมการปฎิบัติงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ (ERM) รวมถึงให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการดำเนินงานตามระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กร
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ (Enterprise Risk Management Committee: ERM) ทำหน้าที่กำหนดกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรและความเสี่ยงที่ยอมรับได้เสนอต่อคณะกรรมการบริหารความเสียงระดับนโยบายเพื่อพิจารณา กำหนดกระบวนการและมาตรการในการบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กรติดตามการทบทวนความเสี่ยงและการรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและธรรมาภิบาล รวมถึงแต่งตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยงระดับสายงาน (FRM) แต่ละสังกัดตามความเหมาะสม
- คณะทำงานบริหารความเสี่ยงระดับสายงาน (Functional Risk Management Committee: FRM) ทำหน้าที่บ่งชี้ ประเมิณความเสี่ยงและจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงระดับสายงาน พร้อมทั้งกำหนดผู้รับผิดชอบ รวมถึงติดตามและรายงานผลการตัดการความเสี่ยงระดับปฎิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัท
- คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ทำหน้าที่ กำกับดูแลประเมินประสิทธิผลการดำเนินงานตามระบบบริหารความเสี่ยง และให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร หรือคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงขององค์กรในภาพรวม
การส่งเสริมวัฒนธรรมความเสี่ยง
บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ จึงส่งเสริมให้มีการสร้างวัฒนธรรมความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งองค์กร และเพื่อให้สามารถนำระบบบริหารความเสี่ยงมาใช้กับการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล บริษัทจึงมีการวางรากฐานในการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบด้วยการดำเนินงานตามแนวทางตามมาตรฐานสากลผ่านการดำเนินการของคณะกรรมการต่างๆ เพื่อให้สามารถระบุความเสี่ยงหรือโอกาสทางธุรกิจได้ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ทบทวนนโยบายการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการและระดบความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) เป็นประจำทุกปีและสื่อสารให้ผู้บริหาร พนักงานทุกระดับและทุกหน่วยงานรับทราบทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นของความเสี่ยง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความเสี่ยง ความสำคัญของการจัดการบริหารความเสี่ยงและมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อความเสี่ยงร่วมกันรวมถึงนำนโยบายการบริหารความเสี่ยงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงาน โดยใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจและกำหนดแผนงาน
- กำหนดให้มีการพิจารณาความเสี่ยงแบบบูรณาการ ควบคู่ไปกับการกำหนดแผนกลยุทธ์ และแผนธุรกิจ รวมถึงกระบวนการผ่องถ่าย Risk Appetite ไปยังระดับสายงาน หรือ หน่วยงานที่ดูแลโครงการสำคัญขององค์กร
- นำ Maturity Assessment ที่ได้จัดทำร่วมกับที่ปรึกษามาวางแผนในการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร และนำแผนดังกล่าวมาดำเนินการใช้อย่างต่อเนื่อง
- ส่งเสริมให้มีการบูรณาการระหว่างสายงาน ตามแนวทางการป้องกัน 3 ชั้น (Three Lines of Defense) และกำหนดแนวทางในการพัฒนาผู้ประสานงานด้วยความเสี่ยง (Risk Champion) ของแต่ละสายงาน เพื่อเป็นตัวแทนของหน่วยงานในการประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานตามแผนจัดการความเสี่ยง
- ส่งเสริมให้มีการกำหนดนโยบายสำหรับการพัฒนาทักษะ ความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยง หรือกำหนดให้ต้องผ่านการรับรองที่เกี่ยวข้องในการปฎิบัติงาน เพื่อที่จะให้คำปรึกษาแก่ ผู้บริหาร และพนักงานในองค์กร อย่างเหมาะสม และประสิทธิภาพ
- พัฒนาฐานข้อมูลความเสี่ยงที่เป็นมาตรฐานเพื่อใช้ในการรวบรวมและจัดระเบียบข้อมูลความเสี่ยงในฐานข้อมูล (Risk Inventory)
1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk)
จากวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการเป็นผู้ผลิต PCB รายใหญ่ของโลกโดยการวางเป้าหมายที่จะผลิต PCB เพื่อเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ครอบคลุมเทคโนโลยีในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ซึ่งเป็นสัดส่วนการผลิตมากสุดของบริษัทและยังคงเติบโตขึ้นทุกปี นอกจากนั้นเรายังมีการเพิ่มฐานลูกค้านอกกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการขยายการผลิต พร้อมกันนี้บริษัทได้ขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้ดีขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการ PCB ในตลาดที่สูงขึ้น โดยมีแผนสร้างโรงงานผลิต PCB แห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ บริษัททำการควบคุมต้นทุนในการผลิตให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับคู่แข่ง โดยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดแผนกลยุทธ์ของบริษัทประกอบไปด้วย
- 1.1 ความเสี่ยงทางด้านการจัดหาวัตถุดิบ (Raw Material Sourcing Risk)
ในปี 2566 แม้นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกดีขึ้นตามลำดับเริ่มมีการเดินทางทั่วโลกได้ปกติมากขึ้นทำให้ปัญหาเรื่องการขนส่งสินค้าจากผู้จำหน่ายล่าช้าปรับตัวดีขึ้น ส่วนปัญหาภาวะสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยังคงมียืดเยื้อนำไปสู่การคว่ำบาตรทางการค้าและวิกฤตพลังงาน ส่งผลต่อเรื่องของการปรับราคาขึ้นของวัตถุดิบ โดยเฉพาะทองแดงที่เป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาพลังงานของโลก ทำให้ในช่วงต้นปี2566 ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ในช่วงกลางถึงปลายปีสถานการณ์ต่างๆเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นทำให้ราคาวัตถุดิบปรับลดลง และบริษัทเองก็มีการวางแผนการจัดการที่ดี อีกทั้ง บริษัทยังได้สรรหาผู้จำหน่ายรายใหม่เพิ่มขึ้นจากผู้จำหน่ายรายเดิม เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดแคลนวัตถุดิบและวัสดุที่ใช้ในการผลิต - 1.2 ความเสี่ยงทางด้านการตลาด และการแข่งขันทางธุรกิจ (Market Risk & Competition Risk)
ผลจากสงครามระหว่างยูเครน-รัสเซียที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี2565 ทำให้ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร อีกทั้งยังเจอการแข่งขันในอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทำให้ความต้องการของลูกค้าได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเน้นการแข่งขันด้านต้นทุนและเทคโนโลยี ที่อาจส่งผลต่อกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท ทั้งนี้บริษัทได้ดำเนินการจัดการความเสี่ยงเพื่อลดผลกระทบดังกล่าวโดยการขยายกลุ่มลูกค้าอื่นเพิ่มเติม เช่น กลุ่มINDUSTRAIL , กลุ่มTELECOMM และการพัฒนาวัตถุดิบกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยการนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วย อีกทั้งยังติดตามความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อหาโอกาสทางธุรกิจในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ - 1.3 ความเสี่ยงทางด้านการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Technology Change Risk)
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการผลิตค่อนข้างรวดเร็ว ดังนั้น จึงอาจมีความเสี่ยงเรื่องความสามารถในการแข่งขัน บริษัทจึงมีการลงทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้ง ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่จะเพิ่มขึ้น และการให้ความสำคัญต่อกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม HDI (High Density Interconnect) ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต
2. ความเสี่ยงจากการปฏิบัติการ (Operation Risk)
- 2.1 ความเสี่ยงทางด้านการดำเนินการผลิต (Production Risk)
ผลจากความยืดเยื้อของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงชะลอตัวมีผลต่อคำสั่งซื้อที่ยังคงเข้ามาไม่เต็มกำลังการผลิตทำให้บริษัทต้องวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อเพื่อควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รวมทั้งมีการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีใหม่เพื่อลดอัตราการเกิดของเสีย (Damage) และลดเวลาที่ใช้ในการผลิต เพิ่มความเข้มงวดในการบำรุงรักษาเครื่องจักรเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพื่อลดอัตรา Downtime ของเครื่องจักร ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ - 2.2 ความเสี่ยงทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Management Risk)
เรื่องความเสี่ยงด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ในปี 2566 บริษัทมุ่งเน้นเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน โดยมีการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA (Personal Data Protraction Act ) จัดตั้งคณะกรรมการ PDPA และ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับทำหน้ามี่พิจารณาการเข้าถึง การจัดเก็บและการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดการรั่วไหลของข้อมูลอันจะส่งผลต่อความเสียหายของบริษัท และอีกเรื่องที่ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ให้ความสำคัญในปี 2566 คือเรื่องสิทธิมนุษยชนในการปฎิบัติตามกฎหมายแรงงานเกี่ยวกับชม.การทำงานของพนักงานที่ต้องไม่เกินจำนวนชม.ตามข้อกำหนดของกฎหมายแรงงาน บริษัทปิดความเสี่ยงโดยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาควบคุมการอนุมัติการทำงานล่วงเวลาของพนักงาน เพื่อให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย - 2.3 ความเสี่ยงทางด้านการบริหารความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ (IT Security Risk)
ข้อมูลและระบบสารสนเทศของบริษัทถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่ง การป้องกันภัยจากภายนอกและการควบคุมดูแลอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานเป็นสิ่งที่ทางบริษัทให้ความสำคัญในการปกป้องระบบข้อมูลสารสนเทศโดยมีการจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง ดังนี้- ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันระบบโครงข่ายคอมพิวเตอร์ (Fire wall) และปรับปรุงให้ทันสมัย เพื่อป้องกันการเข้ามาโจมตีข้อมูลที่สำคัญของบริษัทจากบุคคลภายนอก และติดตั้งโปรแกรมป้องกันการคุกคามของไวรัสคอมพิวเตอร์ (Antivirus software) เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท
- ติดตั้งระบบสำรองข้อมูล (Data backup) เพื่อป้องการการสูญเสียข้อมูลหากเกิดเหตุการณ์ที่ระบบการทำงานและระบบการจัดเก็บข้อมูลหลัก (Servers) เกิดความเสียหายและไม่สามารถซ่อมแซมกลับมาใช้ได้ ทั้งยังทำห้องเก็บ Servers ที่สามารถทนไฟไหม้ได้ประมาณ 10 ชั่วโมงและยังมีการติดตั้งระบบสำรองไฟฟ้าในกรณีที่เกิดไฟฟ้าดับ
- มีการทำสัญญาว่าจ้างบริษัทผู้จำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และซอร์ฟแวร์ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดูแลบำรุงรักษาระบบนั้นๆ
- พัฒนาปรับปรุงการบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศโดยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามมาตรฐาน Trusted Information Security Assessment Exchange (TISAX) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทรองรับการเติบโตจากอุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นหลัก โดยมีการวางระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศทั้งจากภายในและภายนอก ปัจจุบันได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าวเรียบร้อยแล้วโดยการรับรองนั้นจะต่ออายุทุก 3 ปี
- สร้างศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (Disaster Recovery Site) ไว้นอกสถานที่ที่ตั้งบริษัท เพื่อป็นแหล่งสำหรับเก็บข้อมูลและระบบงานหลักของบริษัท ซึ่งสามารถเปิดใช้งาน และกู้ข้อมูลคืนได้ตลอดเวลา หากเกิดภัยพิบัติทำให้ไม่สามารถใช้งานศูนย์คอมพิวเตอร์หลักได้ ไม่ว่าจะเป็นจากภัยธรรมชาติหรือด้วยฝีมือของมนุษย์เอง ช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดความเสียหายใดๆ กับข้อมูล รวมถึงช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด
- เพิ่มวิธีการตรวจสอบ VA (Vulnerability Assessment) เพื่อตรวจสอบช่องโหว่ที่อาจจะถูกโจมตีทางไซเบอร์ที่มาในรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ เป็นการประเมินหาความเสี่ยงที่เกิดจากช่องโหว่ที่ค้นพบในระบบปฏิบัติการ (OS) ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ Network/Security ว่ามีช่องโหว่ใดบ้าง และมีระดับความรุนแรงเท่าใด เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการแก้ไขเพื่อปิดช่องโหว่นั้น
3. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
- 3.1 ความเสี่ยงทางด้านการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Risk)
เนื่องจากรายได้และต้นทุนขายส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นเงินตราต่างประเทศโดยสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี2566 ค่าเงินบาทยังคงผันผวน บริษัทยังคงดำเนินนโยบายป้องกันความเสี่ยงเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนโดยใช้วิธีการบริหารรายได้และรายจ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้อยู่ในสกุลเดียวกัน (Natural Hedge) ในการสร้างสมดุลของสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทที่เป็นเงินตราต่างประเทศ นอกจากนี้บริษัทยังคงทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) สำหรับส่วนต่างของสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศซึ่งสามารถนำมาเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้อีกระดับหนึ่ง - 3.2 ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)
บริษัทได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อระยะยาวสำหรับปรับปรุงโรงงานและซื้อเครื่องจักรเพิ่มจากสถาบันการเงินเมื่อปี 2564 และเบิกใช้วงเงินดังกล่าวในปี 2565 เพื่อรองรับการผลิตและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม ภาระหนี้เงินกู้ยืมระยะยาวเดิมได้ทยอยลดลงตามการผ่อนชำระ และบริษัทมีการกู้ยืมเงินระยะสั้นเพื่อใช้หมุนเวียนในธุรกิจบางส่วนและเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยการกู้ยืมระยะสั้นมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำ ทำให้ความเสี่ยงเรื่องอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ
4. ความเสี่ยงด้านการความปลอดภัยจากภัยอันตราย (Hazard Risk)
อัคคีภัยและภัยธรรมชาติอาจส่งผลเสียหายต่อการดำเนินงานของบริษัท ได้เป็นอย่างมาก บริษัทและบริษัทย่อยทุกแห่งได้ทำการลดความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นโดยการทำประกันการเสี่ยงภัยทุกชนิด (All Risk) และประกันธุรกิจหยุกชะงัก (Business Interruption) ไว้กับบริษัทประกันภัยที่มีฐานะทางการเงินแข็งแรงเพื่อลดความเสี่ยง และมีการทบทวนกรมธรรม์ประกันภัยทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่ามีทุนประกันที่เหมาะสมและสามารถคุ้มครองความเสียหายได้อย่างเพียงพอในทุกกรณี
- 4.1 ความเสี่ยงจากเหตุอุทกภัย (Flood)
สำหรับสถานประกอบการของบริษัทนั้นตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร และนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการที่สถานประกอบการตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 2 นั้น นิคมอุตสาหกรรมเองได้มีการบริหารจัดการเพื่อป้องกันเหตุอุทกภัยในระดับมาตรฐาน ได้แก่ การสร้าง Flood wall เป็นต้น ซึ่งทางบริษัทมีการติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา รวมถึงเฝ้าระวังติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและมีการจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้อย่างดี อีกทั้ง การออกแบบอาคารโดยคำนึงถึงการป้องกันน้ำท่วมไว้ด้วย เช่น การยกพื้นอาคารให้สูงเกินระดับน้ำที่อาจท่วมถึง และสูงกว่าพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันผลกระทบอันอาจเกิดขึ้นกับเครื่องจักรและกระบวนการผลิต - 4.2 ความเสี่ยงจากเหตุอัคคีภัย (Fire Accident)
บริษัทมีแผนการป้องกันความเสี่ยงและระงับเหตุอัคคีภัยอย่างเป็นมาตรฐาน แบ่งเป็น แผนการตรวจตรา แผนการอบรม แผนการรณรงค์ป้องกันอัคคีภัย แผนการดับเพลิง แผนการอพยพหนีไฟ และแผนบรรเทาทุกข์ บริษัทจะให้ความรู้กับพนักงานทุกคนเรื่องการป้องกันอัคคีภัยและการระงับเหตุอัคคีภัยเบื้องต้น ทั้งยังมีการแต่งตั้งทีมระงับเหตุฉุกเฉิน (Emergency Response Team) เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมและได้รับการฝึกฝนเรื่องการดับเพลิงและระงับเหตุร้ายต่างๆทำหน้าที่ในการดับเพลิง มีการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในการดับเพลิงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ และมีการตรวจสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยต่างๆตามรอบการตรวจสอบของอุปกรณ์แต่ละชนิด รวมถึงการตรวจสอบระบบไฟฟ้าตามแผนการตรวจสอบจากบุคคลภายนอกที่ได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า เพื่อนำส่งรายงานต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
5. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม (Compliance Environment Risk)
บริษัทมีการกำหนดนโยบายในการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และจากการที่บริษัทมีโรงงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีมาตรการควบคุมดูแลเป็นระบบมาตรฐานอีกด้วย ได้แก่ การบำบัดน้ำเสีย จะมีการตรวจสอบกระบวนการบำบัดน้ำเสียที่เป็นมาตรฐาน และได้รับการรับรองจากทั้งทางนิคมอุตสาหกรรมและกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีการตรวจสอบและนำส่งรายงานเป็นประจำตามระเบียบ ส่วนการจัดการของเสียอื่นๆและการกำจัดมลพิษทางอากาศ บริษัทได้มีการควบคุมและปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดเช่นกัน มีการปรับปรุงอุปกรณ์กำจัดของเสียและตรวจสอบระบบเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สามารถควบคุมการบำบัดของเสียได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
6. ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk)
- 6.1 การแพร่ระบาดของ COVID-19
ในปี 2566 ช่วงต้นปีการแพร่ระบาดของCOVID-19 ดีขึ้นมาก การแพร่ระบาดภายในบริษัทมีจำนวนน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาสถานการณ์การแพร่ระบาดสายพันธุ์ใหม่เริ่มกลับมาอีกระลอก บริษัทจึงออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดต่อโดยออกประกาศให้พนักงานกลับมาสวมหน้ากากป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเพื่อเป็นการป้องกันในเบื้องต้น - 6.2 ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนเป็นผลกระทบทางอ้อมเนื่องจากบริษัทไม่มีคู่ค้าจาก 2 ประเทศนี้ แต่ผลของสงครามทำให้เกิดภาวะราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นมากส่งผลต่อราคาวัตถุดิบและวัสดุต่างๆปรับตัวขึ้นจากการที่ต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนการผลิตที่เกี่ยวข้องปรับสูงขึ้นและจากการที่ราคาพลังงานปรับสูงขึ้นนั้นยังส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกทำให้เกิดการชะลอตัวการเติบโตของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ประชาชนทั่วโลกลดการบริโภคลง ทำให้คำสั่งซื้อจากลูกค้าลดลงไปด้วย บริษัทมีแนวทางในการปิดความเสี่ยงเรื่องนี้ ด้วยการจัดการวางแผนการผลิตให้รัดกุมโดยใช้ประสิทธิภาพของเครื่องจักรให้เต็มกำลัง และพยายามหาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าใช้ในการผลิตเพื่อควบคุมต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับที่บริษัทยอมรับได้
7. ความเสี่ยงในด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance)
แนวทางการดำเนินการอย่างยั่งยืนถูกนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นวงกว้างในระดับโลก โดยเฉพาะแนวทางปฏิบัติด้าน ESG ซึ่งประกอบด้วยการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และ ธรรมภิบาล (Governance) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทมีความเสี่ยงที่ดำเนินการประเมินและติดตามดังนี้
- 7.1 ความเสี่ยงด้านผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทให้ความสำคัญและติดตามข่าวสารด้านปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากทั่วโลกเนื่องจากบริษัทเป็นผู้ส่งออกสินค้าและลูกค้าบางส่วนเป็นลูกค้าในสหภาพยุโรปซึ่งให้ความสนใจเรื่องการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้บริษัทต้องให้ความสนใจในการจัดทำเรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์ขององค์กรโดยเริ่มมีการจัดหารที่ปรึกษาเพื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังตั้งแต่ต้นปี 2566 ที่ผ่านมา รวมทั้งบริษัทยังให้ความสำคัญในการใช้พลังงานทดแทนโดยมีการติดตั้ง Solar Roof-top 2.9 MWP. เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในองค์กร และยังมีแผนที่จะดำเนินการในปี2567 อีก1.5 MWP. - 7.2 ความเสี่ยงด้านมนุษยชน
ปัจจุบันบริษัทมีการกำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ เช่น การไม่เลือกปฏิบัติตั้งแต่กระบวนการสรรหาบุคลากร การไม่ใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ โดยจัดให้มีช่องทางการร้องเรียนผ่านหลายช่องทางและมีนโยบายการปกป้องคุ้มครองและเยียวยาผู้ร้องเรียนอย่างเป็นธรรม รวมถึงมีการกำหนดหัวข้อสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินคู่ค้าต่างๆที่เป็นผู้ขายสินค้าและให้บริการกับบริษัท ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบประเด็นที่มีความเสี่ยงในเรื่องนี้ - 7.3 ความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล
บริษัทมีการกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น โดยมีการสื่อสารให้ทราบทั้งภายในบริษัทและผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งมีการประเมินทบทวนความเสี่ยงทุกปีเพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการข้อกำหนดของ CAC (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption)
เคซีอี ได้รับการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) ตั้งแต่ปี 2557 โดยได้รับการประเมินจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute Of กรรมการs Association : IOD) ซึ่งถือเป็นการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่สำคัญจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของคณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหาร และพนักงานทุกคนในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
เลขานุการบริษัท
คุณวสรา โชติธรรมรัตน์
| ที่อยู่ : | เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 72 - 72/1-3 นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520 ประเทศไทย |
| โทรศัพท์: | +66 (0) 2326-0196-9 ต่อ 1201 |
| โทรสาร: | +66 (0) 2326-0300 |
| อีเมลล์: | wasara.c@kce.co.th |