การกำกับดูแลกิจการ
โครงสร้างการบริหารของบริษัท
ประกอบด้วยคณะกรรมการจำนวน 6 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนและคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร โดยมีรายชื่อ และขอบเขต อำนาจและหน้าที่ ดังนี้
1) คณะกรรมการบริษัท
ประกอบด้วยกรรมการ 9 ท่าน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
- ประธานกรรมการ ซึ่งไม่ได้เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผู้จัดการ เพื่อให้มีการแบ่งแยกบทบาทอย่างชัดเจนและมีการถ่วงดุลอำนาจในการดำเนินงาน
- กรรมการอิสระ 4 ท่าน หรือเท่ากับ 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 6 ท่าน และกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 3 ท่าน
รายชื่อและตำแหน่งคณะกรรมการบริษัท
| 1. นายบัญชา องค์โฆษิต (1) | ประธานคณะกรรมการ, ประธานกรรมการบริหาร |
| 2. นายพิธาน องค์โฆษิต (1) | รองประธานกรรมการ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ, ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ, กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
| 3. แพทย์หญิงจันทิมา องค์โฆษิต | กรรมการ, กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน |
| 4. นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการอิสระ, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ, ประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน, กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร, กรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน |
| 5. นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต (1) | กรรมการ, รองประธานกรรมการบริหาร, กรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน |
| 6. นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | กรรมการ, ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน, กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
| 7. นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ, ประธานคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร, กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน |
| 8. ดร. สุธี โมกขะเวส | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ, กรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
| 9. นายสรรค์ เสนาดิสัย (2) | กรรมการอิสระ, กรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน |
หมายเหตุ :
(1) กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
(2) นายสรรค์ เสนาดิสัย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างยั่งยืนเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567
กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท
กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัทประกอบด้วย นายบัญชา องค์โฆษิต แพทย์หญิงจันทิมา องค์โฆษิต นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ และ นายพิธาน องค์โฆษิต กรรมการสองในห้าคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการบริษัท
- บริหารกิจการให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหุ้น (Fiduciary Duty) โดยยึดถือแนวปฎิบัติสำคัญ 4 ประการคือ
1) การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง (Duty of Care)
2) การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Loyalty)
3) การปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (Duty of Obedience)
4) การเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส (Duty of Disclose)
- พิจารณาอนุมัติ ให้ความเห็นชอบ และทบทวน วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย แผนการดำเนินงาน แผนงบประมาณ และควบคุมการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงให้เป็นไปตามนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพและก่อประสิทธิผลเพื่อความมั่นคงและผลประโยชน์ที่สมดุล และยั่งยืนของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
- จัดการบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทั้งในปัจจุบันและในระยะยาว รวมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
- ในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท กำหนดให้เรื่องดังต่อไปนี้เป็นอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ที่จะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ ให้ความเห็นชอบ
1) นโยบาย แนวทางกลยุทธ์การบริหารงาน เป้าหมาย แผนการดำเนินงาน งบประมาณประจำปีของบริษัท และบริษัทย่อย
2) ผลประกอบการประจำเดือน และประจำไตรมาสของบริษัท เทียบกับแผนและงบประมาณ
3) การลงทุนในโครงการที่ไม่มีในงบประมาณประจำปี และอนุมัติรายการปกติทั่วไปทางการค้าที่มีวงเงินเกินอำนาจอนุมัติของกรรมการผู้จัดการ
4) การซื้อและจำหน่ายสินทรัพย์ การซื้อกิจการและการเข้าร่วมโครงการร่วมทุนที่เป็นไปตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีมูลค่าเกินอำนาจอนุมัติของกรรมการผู้จัดการ
5) การทำธุรกรรมอันมีผลกระทบที่สำคัญต่อฐานะทางการเงิน ภาระหนี้สิน ยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ และชื่อเสียงของบริษัท
6) การทำสัญญาใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการทำธุรกิจปกติ และสัญญาที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจปกติที่มีความสำคัญ
7) การเปิดและปิดบัญชีของบริษัท กับสถาบันการเงินต่างๆ
8) การทำรายการเกี่ยวโยงกันระหว่างบริษัท และบริษัทย่อย บริษัทร่วมกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ส่วนที่ไม่เข้าข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ
9) การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
10) การเปลี่ยนนโยบายและวิธีปฏิบัติที่มีนัยสำคัญเกี่ยวกับการบัญชี การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน
11) การกำหนดและการเปลี่ยนแปลงอำนาจอนุมัติที่มอบให้กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารระดับสูง
12) การเสนอแต่งตั้งและการสิ้นสุดสถานภาพของกรรมการ เลขานุการบริษัท
13) การมอบอำนาจหน้าที่ให้ประธานกรรมการ กรรมการผู้จัดการ หรือกรรมการบริษัท คนใดคนหนึ่ง รวมถึงการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข การมอบอำนาจหน้าที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดกับกฎเกณฑ์ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ
14) การแต่งตั้งและกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อย
15) การแต่งตั้งกรรมการในบริษัทย่อย
16) การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และแก้ไขโครงสร้างองค์กร ระดับรองกรรมการผู้จัดการขึ้นไป
17) การดำเนินการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
- กำกับดูแลและสอบทานให้มีระบบรายงานทางการเงินที่โปร่งใส ถูกต้องและเพียงพอ
- จัดให้มีและกำกับดูแลให้มีการบริหารจัดการตามหลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- ริเริ่มและมีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายกำกับดูแลกิจการ แนวทางในการกำกับดูแล และบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และอนุมัตินโยบายดังกล่าว
- จัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบภายในเป็นหน่วยงานหนึ่งในบริษัทเพื่อทำหน้าที่ในบริษัท โดยมีสายการรายงานไปยังคณะกรรมการตรวจสอบ
- พิจารณาค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น
- กำกับดูแลกระบวนการแต่งตั้งและเลือกตั้งกรรมการบริษัทให้มีความโปร่งใสและชัดเจน
- ควบคุมดูแลจัดการ การขัดแย้งทางผลประโยชน์ใดๆในบริษัทและส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับตระหนัก ในความสำคัญของระบบการควบคุมและตรวจสอบภายใน เพื่อลดความเสี่ยงด้านการทุจริตและการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง รวมทั้งป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย
- เคารพสิทธิของผู้ถือหุ้น และปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม มีความโปร่งใสในการดำเนินงาน และมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องเพียงพอ
- พิจารณาแต่งตั้ง สรรหา ผู้บริหารมาทดแทนตำแหน่งใดๆ ในกรณีที่จำเป็น
- วางแผนนโยบาย การบริหารงานของบริษัท ตลอดจนตรวจสอบผลการดำเนินงานของบริษัท
- กำกับดูแลและพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งการกำกับดูแลและพัฒนาบรรษัทภิบาลของบริษัท เพื่อให้ไปสู่มาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล
- ประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี โดยรวมเป็นรายคณะ และประเมินตนเองเป็นรายบุคคล
- เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทและการประชุมผู้ถือหุ้นเว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย โดยกรรมการบริษัทที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมจะต้องแจ้งให้กรรมการบริษัทหรือเลขานุการคณะกรรมการบริษัททราบล่วงหน้าก่อนการประชุม
ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนด นิยามความเป็นอิสระของกรรมการ ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนี้
- ต้องถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการจดทะเบียนตามกฏหมายของกรรมการรายอื่น ผู้บริหารบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทหรือบริษัทย่อย
- ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท* เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
- ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย
- ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท
- สามารถปฏิบัติหน้าที่ แสดงความเห็นและรายงานผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทได้ โดยอิสระ โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือญาติสนิทของบุคคลดังกล่าว
บทบาทและหน้าที่ของประธานกรรมการ
ประธานกรรมการในฐานะผู้นำของคณะกรรมการ มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดวาระการประชุม ให้รายละเอียดข้อมูล ต่อกรรมการ เป็นผู้ดำเนินการประชุม เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละท่านสามารถเสนอเรื่องต่างๆ และเสนอความคิดเห็นใดๆ ที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อบริษัท
ประธานกรรมการ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยการสร้างสรรค์ และเปิดโอกาสรับฟังทุกความคิดเห็นที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัท นอกจากนี้ ประธานฯ จะเป็นผู้ตอบคำถามของผู้ถือหุ้นในประเด็นที่สำคัญๆ ของบริษัท หรือในประเด็นที่ผู้ถือหุ้นมีข้อสงสัย
แม้ว่าประธานกรรมการจะไม่ใช่กรรมการอิสระ แต่จากการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเห็นว่าโครงสร้างดังกล่าวมีความเหมาะสมกับลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทและเป็นจุดแข็งที่ช่วยส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากประธานกรรมการเป็นผู้ริเริ่มนำเทคโนโลยีในการผลิตแผ่นพิมพ์วงจรไฟฟ้า (PCB) เข้ามาในประเทศไทยเป็นรายแรก จึงมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจการผลิต PCB มาอย่างยาวนาน และสามารถปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้ถือหุ้นส่วนน้อย มาโดยตลอด
ประธานกรรมการไม่มีอำนาจเหนือกว่ากรรมการท่านอื่นๆ ดังกฎหมายบริษัทมหาชนได้ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบเพิ่มเติมของประธานกรรมการบริษัท ไว้ดังนี้
- ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและควบคุมดูแลการประชุมให้ดำเนินไปอย่างเรียบร้อยเปิดโอกาสให้กรรมการทุกท่านได้แสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอย่างเต็มที่และเป็นอิสระ
- ในการประชุมคณะกรรมการหรือการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานจะเป็นผู้ลงคะแนนตัดสินในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน
- ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทหรือการประชุมผู้ถือหุ้นที่ประธานกรรมการมีส่วนได้ส่วนเสียกับการพิจารณาในวาระใด ประธานกรรมการจะไม่อยู่ในที่ประชุมและงดออกเสียงในวาระนั้นๆ
- ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
นอกจากหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะกรรมการแล้ว ประธานได้ยึดมั่นในจรรยาบรรณและนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีอยู่เสมอ เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท
2) คณะกรรมการบริหาร
คณะกรรมการบริษัท เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร ซึ่งประกอบด้วยกรรมการและผู้บริหารระดับสูงจากฝ่ายจัดการ ดังมีรายชื่อต่อไปนี้
| 1. นายบัญชา องค์โฆษิต | ประธานกรรมการบริหาร |
| 2. นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต | รองประธานกรรมการบริหาร |
| 3. นายพิธาน องค์โฆษิต | ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ |
| 4. นายเฟรดดริก การาเพท โอฮาเนี่ยน | ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานปฏิบัติการผลิต |
| 5. นางวสรา โชติธรรมรัตน์ | ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบัญชีและการเงิน |
| 6. นางศิริพรรณ สันธนะพันธ | กรรมการ บริษัท ไทยลามิเนตแมนูแฟคเจอเรอร์ จำกัด (บริษัทย่อย) |
| 7. นายลิน โพชิง | กรรมการ บริษัท เคมโทรนิคส์ โปรดักส์ จำกัด (บริษัทย่อย) |
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการบริหาร
- พิจารณานโยบาย ทิศทาง แผนยุทธศาสตร์ในการทำธุรกิจและโครงสร้างการบริหารงาน และงบประมาณประจำปีของบริษัทและบริษัทย่อย โครงการลงทุนทุกโครงการ แผนกำลังคนประจำปี
- อนุมัติการสรรหา/คัดเลือก/แต่งตั้ง ผู้บริหารระดับสูงในองค์กร (ระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย หรือ Assistance VP ขึ้นไป) และกำหนดค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
- กำกับดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารให้ดำเนินงานภายใต้นโยบายต่างๆ ที่กำหนดไว้ รับผิดชอบโดยรวมและควบคุมค่าใช้จ่ายและงบลงทุนตามขอบเขตที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติในแผนงานประจำปี
- ตรวจสอบ ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบาย และแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด
- รับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร และให้คำปรึกษาในการแก้ไขปัญหาเพื่อที่จะบรรลุ เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
- รับผิดชอบและอนุมัติการจัดหาวงเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
- ให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่คณะกรรมการเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
- แก้ไขปัญหาหรือความขัดแย้งใดๆ ที่มีผลกระทบกับองค์กร
- ดำรงไว้ซึ่งการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
- พิจารณาเรื่องการระดมทุนของบริษัท เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
- อนุมัติการแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัท
3) คณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการอิสระทั้งหมดซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบกำหนดไว้โดยจะปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลการบริหารกิจการต่างๆ ของบริษัทเพื่อให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรมและเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกคน
คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการ 3 ท่าน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
- กรรมการอิสระ 3 ท่าน
- ประธานกรรมการตรวจสอบเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงิน
รายชื่อและตำแหน่งคณะกรรมการตรวจสอบ
| 1. นายไพฑูรย์ ทวีผล | ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 2. นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการตรวจสอบ |
| 3. ดร. สุธี โมกขะเวส | กรรมการตรวจสอบ |
นางสาวชญานี ชัยเดชขจร ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการตรวจสอบ
- สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินที่ถูกต้องและเพียงพอ โดยจัดให้มีผู้สอบบัญชีเข้าร่วมประชุมด้วยทุกไตรมาส
- สอบทานให้บริษัทมีการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
- พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท ในกรณีที่เกิดรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้องครบถ้วน
- สอบทานให้บริษัท มีระบบการควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล รวมทั้งมีหน้าที่สอบทานรายงานผลการตรวจสอบ แนวทางการตรวจสอบ และประเมินผลการตรวจสอบการดำเนินงานด้านต่างๆ ของบริษัท ตามวิธีการและมาตรฐานที่ยอมรับโดยทั่วไปและประสานงานกับผู้สอบบัญชีของบริษัท
- พิจารณาคัดเลือกและเสนอแต่งตั้ง เลิกจ้าง ผู้สอบบัญชีภายนอกของบริษัท รวมทั้งการพิจารณาเสนอค่าตอบแทน การสอบบัญชี และมีการประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชีอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี โดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วม
- ประเมินความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัท และให้คำแนะนำในการลดความเสี่ยง
- ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้ง โยกย้าย และการพิจารณาความดี ความชอบ หรือการลงโทษหัวหน้าหน่วยงานการตรวจสอบภายในของบริษัท
- ให้ความเห็นชอบ แผนงานการตรวจสอบของหน่วยงานการตรวจสอบภายใน งบประมาณ และอัตรากำลังของหน่วยงานการตรวจสอบภายใน
- พิจารณาประเมินผลการกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบ และจัดทำรายงานกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบ เปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท และลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ โดยมีรายละเอียดในประเด็นสำคัญดังนี้
1) ความถูกต้อง เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน
2) ความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน
3) การปฏิบัติตามกฎหมายหลักทรัพย์ฯ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4) ความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
5) รายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
6) การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและการเข้าร่วมประชุมของกรรมการแต่ละท่าน
7) ความเห็นหรือข้อสังเกตที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่
8) รายการอื่นใดที่ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบ
- ประธานกรรมการตรวจสอบหรือกรรมการตรวจสอบต้องเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทเพื่อชี้แจงในเรื่องที่เกี่ยวกับคณะกรรมการตรวจสอบ หรือการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี
- พิจารณาทบทวนเพื่อปรับปรุงกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำทุกปี (หากมีความจำเป็น)
- สอบทานให้บริษัท มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานที่เหมาะสม โดยร่วมหารือกับคณะทำงานบริหารความเสี่ยงของฝ่ายจัดการถึงนโยบายหลักของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงและการประเมินความเสี่ยงทุกด้าน รวมทั้งความเสี่ยงจากทุจริตคอร์รัปชั่น
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย
- รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบ ให้คณะกรรมการบริษัททราบทุกไตรมาส
4) คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งประกอบด้วยกรรมการ 3 ท่าน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
- กรรมการอิสระ 2 ท่าน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน
- ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เป็นกรรมการอิสระ
รายชื่อและตำแหน่งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
| 1. นายไพฑูรย์ ทวีผล | ประธานกรรมการ |
| 2. นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการ |
| 3. แพทย์หญิงจันทิมา องค์โฆษิต | กรรมการ |
นางวสรา โชติธรรมรัตน์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ในการสรรหา
- พิจารณาโครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท โดยรวม และรายบุคคล ที่เหมาะสมกับขนาด ประเภท และความซับซ้อนของธุรกิจของบริษัท คุณสมบัติของกรรมการแต่ละคนในด้านการศึกษา ความรู้ ความชำนาญ ทักษะ ประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่
- พิจารณาคุณสมบัติของกรรมการอิสระให้สอดคล้องตามหลักเเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด
- พิจารณาคุณสมบัติของผู้บริหารสูงสุดที่เหมาะสมกับการบริหารจัดการธุรกิจของบริษัทเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้โดยให้ครอบคลุมทั้งในด้านการศึกษา ประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และนำปัจจัยสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่สำคัญและเกี่ยวข้อง มาประกอบการพิจารณาด้วย
- กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือขั้นตอนการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ให้สอดคล้องกับโครงสร้างและคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ และเหมาะสมลักษณะเฉพาะขององค์กร ทั้งนี้ โดยยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- จัดทำแผนการพัฒนากรรมการ เพื่อพัฒนาความรู้กรรมการปัจจุบันและกรรมการเข้าใหม่ให้เข้าใจธุรกิจและบทบาทหน้าที่ของกรรมการบริษัท และพัฒนาการต่างๆ ที่สำคัญ กำกับดูแลให้บริษัท จัดให้มีการปฐมนิเทศ มอบเอกสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ ร
- จัดทำและทบทวนแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession plan) ของผู้บริหารสูงสุดของบริษัท เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นแผนต่อเนื่องให้มีผู้สืบทอดงาน ในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งนั้นๆ เกษียณอายุ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพื่อให้การบริหารงานของบริษัทสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
- สนับสนุนให้บริษัท เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอรายชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการบริษัท
- คัดเลือกกรรมการบริษัทที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท พิจารณาแต่งตั้งเมื่อมีตำแหน่งว่างลง
- สรรหาและพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ทดแทนกรรมการที่ครบวาระ หรือกรณีอื่นๆ กรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ กรรมการผู้จัดการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท และที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณา
- ประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ในการกำหนดค่าตอบแทน
- ทบทวนและเสนอรูปแบบ ตลอดจนหลักเกณฑ์การกำหนดค่าตอบแทนให้เหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการ โดยเชื่อมโยงค่าตอบแทนกับผลการประเมิน แผนธุรกิจ และผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัท เพื่อให้สามารถจูงใจและรักษากรรมการที่มีความสามารถ มีคุณภาพ และศักยภาพ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการบริษัท เป็นผู้พิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีเพื่อขออนุมัติ
- พิจารณาให้ความเห็นชอบและทบทวนแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติ และดำเนินการประเมินโดยคณะกรรมการสรรหาฯ จะนำผลการประเมินดังกล่าวมาใช้ประกอบการพิจารณากําหนดค่าตอบแทนกรรมการ
- พิจารณาอนุมัติ และทบทวนแบบประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- พิจารณาอนุมัติ และทบทวนโครงสร้างและองค์ประกอบค่าตอบแทน รวมถึง ค่าตอบแทนอื่นๆ สำหรับประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นประจำทุกปี
- ประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีและพิจารณาปรับอัตราค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เพื่อเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท
- ประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
5) คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งประกอบด้วยกรรมการ 4 ท่าน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
รายชื่อและตำแหน่งคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
| 1. นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | ประธานกรรมการ |
| 2. นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต | กรรมการ |
| 3. นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการ |
| 4. นายสรรค์ เสนาดิสัย | กรรมการ |
นางสุวดี เศรษฐสุข ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- กำหนดนโยบายและเสนอแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ต่อคณะกรรมการบริษัท
- ติดตามดูแลการปฏิบัติงานของกรรมการและฝ่ายจัดการ ให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งหลักสากล
- ทบทวนและกำหนดหลักเกณฑ์ ข้อพึงปฏิบัติที่สำคัญ และปรับปรุงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และเหมาะสม
- รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท พร้อมความเห็น แนวปฏิบัติ และข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปรับปรุงตามความเหมาะสม
- ครอบคลุมการกำกับดูแลการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
- คณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะต้องจัดให้มีการประชุมตามความจำเป็นและความเหมาะสมโดยจะต้องมีการประชุมไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อปี และรายงานผลการประชุมให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ
6) คณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการ นโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร โดยแต่งตั้งกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้าร่วมเป็นกรรมการ
รายชื่อและตำแหน่ง คณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
| 1. นายครรชิต บุนะจินดา | ประธานกรรมการ |
| 2. นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการ |
| 3. นายพิธาน องค์โฆษิต | กรรมการ |
| 4. นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | กรรมการ |
| 5. ดร.สุธี โมกขะเวส | กรรมการ |
นางสาวกาญจนา ขวัญนิมิตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
- กำหนดนโยบายและแนวทางการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของบริษัทให้ครอบคลุมความเสี่ยงในทุกๆ ด้าน เพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาให้ความเห็นชอบ
- พิจารณาความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัท และเสนอแนะวิธีป้องกัน หรือลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
- ทบทวนความเพียงพอของนโยบายและระบบการบริหารความเสี่ยง โดยรวมถึงความมีประสิทธิผลของระบบและการปฏิบัติตามนโยบายที่กำหนด
- ดูแล ติดตาม ประเมินผล รวมทั้งปรับปรุงแผนการดำเนินงาน เพื่อลดความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และเหมาะสมกับภาวการณ์ดำเนินธุรกิจของบริษัท
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายตามที่เห็นสมควร
- ประชุมและรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการโดยแต่งตั้งจากผู้บริหารระดับสูงจากฝ่ายจัดการของส่วนงานทุกฝ่ายของบริษัท และมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นประธานกรรมการ
รายชื่อและตำแหน่งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ
| 1. นายพิธาน องค์โฆษิต | ประธานกรรมการ |
| 2. นายเฟรดดริก การาเพท โอฮาเนี่ยน | กรรมการ |
| 3. นางวสรา โชติธรรมรัตน์ | กรรมการ |
| 4. นายอรรถสิทธิ์ องค์โฆษิต | กรรมการ |
| 5. นายวิบูรณ์ สุนทรวิวัฒน์ | กรรมการ |
| 6. นางสาวนิตยา โรจนกำพล | กรรมการ |
| 7. นายรัชพล สันธนะพันธ์ | กรรมการ |
| 8. นายลิน โพ ซิง | กรรมการ |
นางสาวกาญจนา ขวัญนิมิตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ
- รับผิดชอบให้มีการประเมินความเสี่ยง จัดทำ และกำกับดูแลการดำเนินการตามแผนการจัดการความเสี่ยงในระดับองค์กร
- กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้
- กำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงของบริษัทให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยง และติดตามการนำไปปฏิบัติ สอบทานประสิทธิผลของกรอบการบริหารความเสี่ยง
- สอบทานการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งดำเนินการเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการจัดการความเสี่ยงของบริษัทมีความเพียงพอและเหมาะสม สามารถจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และกำกับดูแลให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินงานตามแผนการจัดการความเสี่ยง
- จัดให้มีการประชุมทบทวนผลการดำเนินงานตามระบบบริหารความเสี่ยง พร้อมรายงานผลต่อคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร ทราบเป็นประจำต่อเนื่องทุกไตรมาส
สรุปการดำรงตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการชุดต่างๆ
| รายชื่อกรรมการ | คณะกรรมการบริษัท | คณะกรรมการตรวจสอบ | คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน | คณะกรรมการกำกับดูแล ESG & SD | คณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร |
|---|---|---|---|---|---|
| นายบัญชา องค์โฆษิต |
C
|
-
|
-
|
-
|
-
|
| นายพิธาน องค์โฆษิต |
VC
|
-
|
-
|
-
|
M
|
| แพทย์หญิงจันทิมา องค์โฆษิต |
M
|
-
|
M
|
-
|
-
|
| นายไพฑูรย์ ทวีผล |
M
|
C
|
C
|
M
|
M
|
| นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต |
M
|
-
|
-
|
M
|
-
|
| นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ |
M
|
-
|
-
|
C
|
M
|
| นายครรชิต บุนะจินดา |
M
|
M
|
M
|
-
|
C
|
| ดร. สุธี โมกขะเวส |
M
|
M
|
-
|
-
|
M
|
| นายสรรค์ เสนาดิสัย* |
M
|
-
|
-
|
M
|
-
|
หมายเหตุ :
C - Chairman ประธาน
VC - Vice Chairman รองประธาน
M - Member กรรมการ
* นายสรรค์ เสนาดิสัย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567
สรุปการเข้าร่วมประชุมของกรรมการในปี 2567
| รายชื่อกรรมการ | การเข้าร่วมประชุม (ครั้ง) | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| คณะกรรมการบริษัท | คณะกรรมการตรวจสอบ | คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน | คณะกรรมการกำกับดูแล ESG & SD | คณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร | การประชุมโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วม | การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 18 เม.ย.2567 | |
| นายบัญชา องค์โฆษิต (1) |
11 / 13
|
-
|
-
|
-
|
-
|
-
|
1 / 1
|
| นายพิธาน องค์โฆษิต |
13 / 13
|
-
|
-
|
-
|
4 / 4
|
-
|
1 / 1
|
| แพทย์หญิงจันทิมา องค์โฆษิต |
13 / 13
|
-
|
1 / 1
|
-
|
-
|
1 / 1
|
1 / 1
|
| นายไพฑูรย์ ทวีผล |
13 / 13
|
5 / 5
|
1 / 1
|
3 / 3
|
4 / 4
|
1 / 1
|
1 / 1
|
| นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต (1) |
12 / 13
|
-
|
-
|
3 / 3
|
-
|
-
|
1 / 1
|
| นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ |
13 / 13
|
-
|
-
|
3 / 3
|
4 / 4
|
-
|
1 / 1
|
| นายครรชิต บุนะจินดา |
13 / 13
|
5 / 5
|
1 / 1
|
-
|
4 / 4
|
1 / 1
|
1 / 1
|
| ดร.สุธี โมกขะเวส (2) |
11 / 13
|
3 / 5
|
-
|
-
|
3 / 4
|
1 / 1
|
1 / 1
|
| นายสรรค์ เสนาดิสัย* |
13 / 13
|
-
|
-
|
2 / 3
|
-
|
1 / 1
|
1 / 1
|
หมายเหตุ :
* นายสรรค์ เสนาดิสัย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์2567
(1) ลาป่วย
(2) ติดภาระกิจ
ผู้บริหารระดับสูง
ปี 2567 บริษัทมีผู้บริหารจำนวน 9 ท่าน ดังนี้
| 1) นายบัญชา องค์โฆษิต | ประธานกรรมการบริหาร |
| 2) นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต | รองประธานกรรมการบริหาร / ผู้อำนวยการสำนักบริหาร |
| 3) นายพิธาน องค์โฆษิต | ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ |
| 4) นายเฟรดดริก การาเพท โอฮาเนี่ยน | ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานปฎิบัติการผลิต |
| 5) นางสาวสิวิภา มหธราดล | ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ |
| 6) นางวสรา โชติธรรมรัตน์ | ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบัญชีและการเงิน |
| 7) นายอรรถสิทธิ์ องค์โฆษิต | ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ |
| 8) นายวิบูรณ์ สุนทรวิวัฒน์ | ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล |
| 9) นายบุญชวน อิมราพร | ผู้อำนวยการอาวุโสด้านวิศวกรรมการผลิต |
ขอบเขต อำนาจ หน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ
กรรมการผู้จัดการมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารบริษัท ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และจะต้องบริหารบริษัทตามแผนงานหรืองบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการอย่างเคร่งครัด ซื่อสัตย์ สุจริตและระมัดระวัง รักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นอย่างดีที่สุด รวมไปถึงอำนาจหน้าที่ในเรื่องหรือกิจการต่างๆ ดังต่อไปนี้
- ควบคุม ดูแลการดำเนินกิจการ และ/หรือ การบริหารงานทั่วไปของบริษัท
- บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยพนักงาน และลูกจ้าง ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างออกจากตำแหน่งตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด แต่ถ้าเป็นพนักงานระดับฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารก่อน
- มีอำนาจอนุมัติการว่าจ้างผู้บริหารระดับผู้อำนวยการอาวุโส และระดับผู้อำนวยการ ผู้จัดการ
- มีอำนาจในการบังคับบัญชา ติดต่อ สั่งการ ดำเนินการ ตลอดจนเข้ามาลงนามในนิติกรรมสัญญา เอกสารคำสั่ง หนังสือแจ้งหรือหนังสือใดๆ ที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และบุคคลอื่น ตลอดจนให้มีอำนาจกระทำการใดๆ ที่จำเป็นและสมควรเพื่อให้การดำเนินการข้างต้นสำเร็จลุล่วงไป
- มีอำนาจอนุมัติ และมอบอำนาจช่วงอนุมัติเบิกจ่ายเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งทรัพย์สินและบริการ เพื่อประโยชน์ของบริษัท ซึ่งอำนาจการอนุมัติดังกล่าว จะเป็นการอนุมัติรายการปกติทั่วไปทางการค้าที่มีวงเงินไม่เกิน 800 ล้านบาท ต่อรายการ และอนุมัติค่าใช้จ่ายในการซื้อทรัพย์สินอื่นในวงเงินไม่เกิน 400 ล้านบาทต่อรายการ หากเกินจำนวนที่สามารถอนุมัติให้นำเสนอเพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
- มีอำนาจอนุมัติวงเงินการปรับเงินเดือนและโบนัส หรือสูตรโบนัส หรือการปรับผลตอบแทนประจำปีของผู้บริหารและพนักงาน
- ดำเนินการให้มีการจัดทำและส่งมอบนโยบายทางธุรกิจ รวมถึงแผนงานและงบประมาณ ต่อคณะกรรมการเพื่อขออนุมัติ และมีหน้าที่รายงานความก้าวหน้าตามแผน และงบประมาณที่ได้รับอนุมัติดังกล่าวต่อคณะกรรมการในทุกๆ 3 เดือน
- ดำเนินการหรือปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงานและงบประมาณ ที่ได้อนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และ/หรือ คณะกรรมการบริหารของบริษัท
- มีอำนาจในการมอบอำนาจช่วง และ/หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนได้โดยการมอบช่วง และ/หรือ การมอบหมายดังกล่าวให้อยู่ภายใต้ขอบเขตแห่งการมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจฉบับนี้ และ/หรือ ให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งที่คณะกรรมการบริษัท และ/หรือ บริษัทกำหนดไว้
- อนุมัติการแต่งตั้งผู้มีอำนาจลงนามเอกสารสั่งจ่ายเงินของบริษัท รวมถึงสัญญาต่างๆ เอกสารทางบัญชีและการเงิน และเอกสารทั่วไป
- เป็นที่ปรึกษาฝ่ายจัดการในเรื่องเกี่ยวกับนโยบายด้านการเงิน การตลาด การบริหารงานบุคคล และด้านการปฏิบัติอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
- มีอำนาจอนุมัติการแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านต่างๆที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัท
- เป็นผู้รับมอบอำนาจของบริษัทในการบริหารกิจการของบริษัทให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ นโยบาย ระเบียบ ข้อกำหนด คำสั่ง มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และ/หรือมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหารทุกประการ
เลขานุการบริษัท
เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คณะกรรมการบริษัท มีมติแต่งตั้ง นางวสรา โชติธรรมรัตน์ เป็นเลขานุการบริษัท เพื่อช่วยดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัทในการดูแลบริหารกิจการให้ดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้เลขานุการบริษัทรับผิดชอบดำเนินการดังต่อไปนี้ ในนามของบริษัท หรือคณะกรรมการ
- จัดทำและเก็บรักษาเอกสารดังต่อไปนี้
1) ทะเบียนกรรมการ
2) หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการ รายงานการประชุมคณะกรรมการ และรายงานประจำปีของบริษัท
3) หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
- เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการหรือผู้บริหาร
- ดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
- จัดการประชุมผู้ถือหุ้น และประชุมคณะกรรมการให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัท และข้อพึงปฏิบัติต่างๆ
- ร่างนโยบายด้านการบริหารต่างๆ
- บันทึกรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น และการประชุมคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งติดตามผลให้มีการปฏิบัติตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นและที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
- ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานสารสนเทศในส่วนที่รับผิดชอบต่อหน่วยงานที่กำกับบริษัทตามระเบียบ และข้อกำหนดของหน่วยงานทางราชการ
- ดูแลให้บริษัทและคณะกรรมการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ของสำนักคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ส่งเสริมให้บริษัทมีมาตรฐานด้านบรรษัทภิบาลที่เหมาะสม
- ติดต่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้นทั่วไปให้ได้รับสิทธิต่างๆของผู้ถือหุ้นและข่าวสารของบริษัท
- ดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัท
ประวัติโดยสังเขปของเลขานุการบริษัท
นางวสรา โชติธรรมรัตน์
- ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบัญชีและการเงิน
- ปริญญาโทบริหารธุรกิจ คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- คุณสมบัติ: มีความรู้ด้านบัญชีที่เกี่ยวข้อง มีความสามารถในการสรุปประเด็น การจัดทำรายงานการประชุม การจัดประชุมผู้ถือหุ้น มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีภาวะผู้นำ มีความสามารถในการสื่อสารและการประสานงาน และเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต
- ผ่านการอบรมด้านงานเลขานุการบริษัทจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และการอบรม สัมมนา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
ค่าตอบแทนกรรมการ
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณาหลักเกณฑ์และรูปแบบค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมที่สะท้อนถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ และความเหมาะสมที่เชื่อมโยงกับความสำเร็จในการปฏิบัติงาน ผลประกอบการ ปัจจัยแวดล้อมอื่น ตลอดจนพิจารณาเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนของบริษัทอื่นที่อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยนำผลสำรวจค่าตอบแทนกรรมการที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) มาประกอบการพิจารณาเปรียบเทียบด้วย
1) นโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ ในรูปแบบของค่าตอบแทนกรรมการ 3 ประเภท ได้แก่ ค่าตอบแทนรายเดือน ค่าตอบแทนรายปี และค่าเบี้ยประชุม โดยพิจารณาถึงภารกิจ ความรับผิดชอบ และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ โดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนของบริษัทอื่นที่มีขนาดและลักษณะของธุรกิจที่ใกล้เคียงกันทั้งนี้ ค่าตอบแทนดังกล่าว มีหลักเกณฑ์เดียวกันสำหรับกรรมการทั้งคณะ ซึ่งรวมถึงกรรมการที่เป็นผู้บริหารด้วย
ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนได้พิจารณาทบทวนค่าตอบแทนกรรมการและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาเห็นชอบ และนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกปี ค่าตอบแทนกรรมการในปี 2566 และ ปี 2567 ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 40/2566 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 และ ครั้งที่ 41/2567 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 แล้ว ตามลำดับ
ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง | ค่าตอบแทนรายปี (บาท) | ค่าเบี้ยประชุม (บาท) | ||
|---|---|---|---|---|---|---|
| ปี 2567 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2566 | |||
| 1. | นายบัญชา องค์โฆษิต | ประธานกรรมการ | 2,200,000 | 2,200,000 | 585,000 | 520,000 |
| 2. | นายพิธาน องค์โฆษิต | รองประธาน | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 3. | แพทย์หญิงจันทิมา องค์โฆษิต | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 4. | นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 5. | นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 6. | นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 7. | นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 8. | ดร. สุธี โมกขะเวส | กรรมการ | 1,100,000 | 1,000,000 | 520,000 | 460,000 |
| 9. | ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย (1) | รองประธาน | - | - | - | 220,000 |
| 10. | นายสรรค์ เสนาดิสัย (2) | กรรมการ | 1,100,000 | 1,100,000 | 520,000 | 200,000 |
| รวมทั้งสิ้น |
11,000,000
|
11,000,000
|
4,745,000
|
4,160,000
|
||
| จำนวนครั้งที่ประชุม |
13 ครั้ง
|
12 ครั้ง
|
||||
หมายเหตุ:
(1) ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566
(2) นายสรรค์ เสนาดิสัย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัทครั้งที่ 7/2566 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566
ค่าตอบแทนคณะกรรมการตรวจสอบ
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง | ค่าตอบแทนรายปี (บาท) | ค่าเบี้ยประชุม (บาท) | ||
|---|---|---|---|---|---|---|
| ปี 2567 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2566 | |||
| 1. | นายไพฑูรย์ ทวีผล | ประธานกรรมการ |
560,000
|
560,000
|
200,000
|
240,000
|
| 2. | นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการ |
480,000
|
480,000
|
175,000
|
210,000
|
| 3. | ดร. สุธี โมกขะเวส | กรรมการ |
480,000
|
480,000
|
105,000
|
210,000
|
| รวมทั้งสิ้น |
1,520,000
|
1,520,000
|
480,000
|
660,000
|
||
| จำนวนครั้งที่ประชุม |
5 ครั้ง
|
6 ครั้ง
|
||||
ค่าตอบแทนคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุม (บาท) | |
|---|---|---|---|---|
| ปี 2567 | ปี 2566 | |||
| 1. | นายไพฑูรย์ ทวีผล | ประธานกรรมการ |
30,000
|
90,000
|
| 2. | นายครรชิต บุนะจินดา | กรรมการ |
25,000
|
75,000
|
| 3. | ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย (1) | กรรมการ |
-
|
25,000
|
| 4. | พญ. จันทิมา องค์โฆษิต (1) | กรรมการ |
25,000
|
25,000
|
| รวมทั้งสิ้น |
80,000
|
215,000
|
||
| จำนวนครั้งที่ประชุม |
1 ครั้ง
|
3 ครั้ง
|
||
หมายเหตุ:
(1) ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566
(2) พญ. จันทิมา องค์โฆษิต ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 7/2566 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566
ค่าตอบแทนคณะกรรมการนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุม (บาท) | |
|---|---|---|---|---|
| ปี 2567 | ปี 2566 | |||
| 1. | นายครรชิต บุนะจินดา | ประธานกรรมการ |
120,000
|
120,000
|
| 2. | นายพิธาน องค์โฆษิต | กรรมการ |
100,000
|
100,000
|
| 3. | นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการ |
100,000
|
100,000
|
| 4. | นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | กรรมการ |
100,000
|
100,000
|
| 5. | ดร. สุธี โมกขะเวส | กรรมการ |
75,000
|
50,000
|
| 6. | ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย (1) | กรรมการ |
-
|
50,000
|
| รวมทั้งสิ้น |
495,000
|
520,000
|
||
| จำนวนครั้งที่ประชุม |
4 ครั้ง
|
4 ครั้ง
|
||
หมายเหตุ:
(1) ดร. ปัญจะ เสนาดิสัย สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566
ค่าตอบแทนคณะกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุม (บาท) | |
|---|---|---|---|---|
| ปี 2566 | ปี 2565 | |||
| 1. | นางศิริพรรณ สันธนะพันธ์ | ประธานกรรมการ |
90,000
|
60,000
|
| 2. | นางวรลักษณ์ องค์โฆษิต | กรรมการ |
75,000
|
50,000
|
| 3. | นายไพฑูรย์ ทวีผล | กรรมการ |
75,000
|
50,000
|
| 4. | นายสรรค์ เสนาดิสัย | กรรมการ |
50,000
|
-
|
| รวมทั้งสิ้น |
290,000
|
160,000
|
||
| จำนวนครั้งที่ประชุม |
3 ครั้ง
|
2 ครั้ง
|
||
หมายเหตุ:
(1) นายสรรค์ เสนาดิสัย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567
2) นโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนของผู้บริหารโดยมีคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาและทบทวนค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงเพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ ซึ่งค่าตอบแทนดังกล่าว มีการกำหนดอย่างเหมาะสม ตามโครงสร้างค่าตอบแทนของบริษัท และพิจารณาเปรียบเทียบกับ ข้อมูลการสำรวจการจ่ายค่าตอบแทนจากสถาบันและองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือ อัตราเงินเฟ้อ ผลการดำเนินการของบริษัท ผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละท่าน และสอดคล้องกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายด้วย โดยมีการให้ผลตอบแทนแก่ผู้บริหารเป็นเงินเดือน โบนัส และเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ดังนี้
ค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง
| ประเภทค่าตอบแทน | ปี 2567 | ปี 2566 | ||
|---|---|---|---|---|
| จำนวนราย | จำนวนเงิน (บาท) | จำนวนราย | จำนวนเงิน (บาท) | |
| เงินเดือน |
8
|
32,035,768
|
10
|
30,357,341
|
| โบนัส/ เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ |
5,450,098
|
4,835,201
|
||
ค่าตอบแทนอื่นสำหรับกรรมการและผู้บริหาร
ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการจัดตั้งโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้างบริษัทเคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) - ครั้งที่ 2 (Employee Joint Investment Program: "EJIP") ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการให้ผลตอบแทนแก่พนักงานและผู้บริหารของบริษัท และบริษัทย่อย เพื่อสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการ อีกทั้งเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานและรักษาบุคคลากรไว้กับบริษัทในระยะยาว ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ โดยในแต่ละเดือน บริษัทจะหักเงินเดือนผู้เข้าร่วมโครงการในอัตราร้อยละ 4 ถึง 20 จากฐานเงินเดือน และบริษัทจะจ่ายเงินสมทบให้ผู้เข้าร่วมโครงการในอัตราร้อยละ 100 ของเงินสะสมที่พนักงานจ่ายเข้าโครงการ โดย พนักงานที่เข้าร่วมโครงการจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการห้ามจำหน่ายจ่ายโอนหุ้น (Silent Period) อย่างเคร่งครัด
บุคลากร
จำนวนพนักงานทั้งหมดของบมจ.เคซีอี อีเล็คโทรนิคส์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม
| บุคลากร | ปี 2567 (คน) | ปี 2566 (คน) | ปี 2565 (คน) | ปี 2564 (คน) |
|---|---|---|---|---|
| ผู้บริหาร (ระดับผู้ช่วยผู้จัดการขึ้นไป) | 77 | 73 | 75 | 65 |
| พนักงานฝ่ายขายและบริหาร | 154 | 153 | 180 | 143 |
| พนักงานสายการผลิต | 751 | 812 | 794 | 766 |
| พนักงานสายการผลิต – เหมาช่วง | 1,574 | 1,746 | 1,688 | 1,552 |
| รวมบุคลากรทั้งสิ้น* | 2,556 | 2,784 | 2,737 | 2,526 |
จำนวนพนักงานทั้งหมดของบมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม
| บุคลากร | ปี 2567 (คน) | ปี 2566 (คน) | ปี 2565 (คน) | ปี 2564 (คน) |
|---|---|---|---|---|
| บมจ. เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ | 2,556 | 2,784 | 2,737 | 2,526 |
| บจ. เคซีอี เทคโนโลยี | 1,659 | 1,824 | 1,820 | 1,824 |
| บจ. เค ซี อี อินเตอร์เนชั่นแนล | - | - | 142 | 257 |
| บจ. ไทยลามิเนต แมนูแฟคเจอเรอร์ | 341 | 334 | 346 | 345 |
| กลุ่มบริษัท เคมโทรนิคส์ | 70 | 69 | 70 | 64 |
| บจ. เคซีอี ประเทศไทย | 17 | 16 | 16 | 16 |
| บจ. เซอร์กิต โฮลดิ้ง | - | - | - | - |
| รวมบุคลากรในประเทศ | 4,643 | 5,027 | 5,131 | 5,032 |
| บจ. เคซีอี สิงคโปร์ พีทีอี | 29 | 29 | 32 | 32 |
| บจ. เคซีอี อเมริกา อิงค์ | 26 | 26 | 26 | 26 |
| อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด | 14 | - | - | - |
| รวมบุคลากรในต่างประเทศ | 69 | 50 | 58 | 58 |
| รวมบุคลากรทั้งสิ้น* | 4,712 | 5,082 | 5,189 | 5,090 |
*นับรวมพนักงานเหมาช่วง
ค่าตอบแทนของพนักงาน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทมีบุคลากรทั้งหมดจำนวน 2,556 คน โดยในปี 2567 บริษัทได้จ่ายผลตอบแทนให้แก่พนักงานจำนวนทั้งสิ้น 1,114 ล้านบาท ซึ่งผลตอบแทน ได้แก่ เงินเดือนและค่าแรง ค่าล่วงเวลา เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ เงินโบนัส ค่าตอบแทนอื่นๆ เงินประกันสังคม เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และโครงการผลประโยชน์พนักงานอื่นๆ นอกจากนี้ในปี 2567 บริษัทย่อยซึ่งมีพนักงานทั้งหมดรวม 2,156 คน ได้จ่ายค่าตอบแทนให้แก่พนักงานในลักษณะเดียวกันกับบริษัทเป็นจำนวนเงิน 1,229 ล้านบาท
| ค่าตอบแทนพนักงาน | ปี 2567 (ล้านบาท) | ปี 2566 (ล้านบาท) | ปี 2565 (ล้านบาท) | ปี 2564 (ล้านบาท) |
|---|---|---|---|---|
| บมจ. เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ | 1,114 | 1,144 | 1,259 | 1,139 |
| บริษัทย่อย (รวมบริษัทย่อยในต่างประเทศ) | 1,229 | 1,249 | 1,350 | 1,325 |
| รวมค่าตอบแทนพนักงาน | 2,343 | 2,393 | 2,609 | 2,464 |
ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี
คณะกรรมการจัดให้มีผู้ตรวจสอบบัญชีที่เป็นอิสระและมีคุณสมบัติที่ได้รับการยอมรับและได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท โดยแต่งตั้งผู้สอบบัญชีหมุนเวียนอย่างน้อยทุกๆ 7 ปี และผู้สอบบัญชีรายใดที่ปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว 7 รอบบัญชีไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่จะไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่สอบบัญชีของบริษัท เว้นแต่เมื่อพ้นระยะเวลาอย่างน้อย 5 รอบปีบัญชีติดต่อกัน
ผู้สอบบัญชีมีอำนาจในการตรวจสอบบัญชีเอกสารและหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับรายได้และค่าใช้จ่าย รวมไปถึงสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทในช่วงเวลาทำการ ในกรณีนี้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจในการซักถามกรรมการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ของบริษัททุกๆ ตำแหน่งและผู้แทนของบริษัทฯ เพื่อให้ข้อเท็จจริงทางการเงินหรือจัดหาเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้งเมื่อมีการพิจารณางบการเงิน และประเด็นที่เกี่ยวข้องในด้านบัญชีของบริษัทฯ
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ของ บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อย ประจำปี 2567 และอนุมัติค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีประจำปีของกลุ่มบริษัท รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 4,475,000 บาท
โดยในระหว่างปี 2567 บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย คือ บริษัท เซอร์กิต โฮลดิ้ง จำกัด และค่าสอบบัญชีของบริษัทย่อยที่เพิ่มนี้ ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการเป็นผู้อนุมัติการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชีสำหรับบริษัทย่อยที่อาจจัดตั้งขึ้นใหม่หรือเปลี่ยนแปลงไปในระหว่างปี 2567
| รายนามผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น | เลขที่ใบอนุญาต |
|---|---|
| 1) นายสุเมธ แจ้งสามสี | 9362 |
| 2) นายโชคชัย งามวุฒิกุล | 9728 |
| 3) นายวีระชัย รัตนจรัสกุล | 4323 |
| 4) นายธีรวัฒน์ วิทยาภาเลิศ | 11464 |
ทั้งนี้ ผู้สอบบัญชีที่เป็น Key Audit Partner ในการตรวจสอบรายงานทางการเงินของบริษัทในปี 2567 คือ นายสุเมธ แจ้งสามสี ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบบัญชีของบริษัทเป็นปีที่ 5
ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัท และบริษัทย่อย 8 แห่งที่จ่ายให้สำนักงานสอบบัญชี บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด มีดังนี้
1. ค่าสอบบัญชี (Audit Fee)
(หน่วย: บาท)
| บริษัท | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|
| 1. บริษัท เคซีอี อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) | 1,657,000 | 1,657,000 | 1,563,000 |
| 2. บริษัท เค ซี อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด | 100,000 | 115,000 | 200,000 |
| 3. บริษัท เคซีอี เทคโนโลยี จำกัด | 1,112,000 | 1,112,000 | 1,049,000 |
| 4. บริษัท ไทยลามิเนต แมนูแฟคเจอเรอร์ จำกัด | 589,000 | 589,000 | 556,000 |
| 5. บริษัท เคซีอี (ประเทศไทย) จำกัด | 375,000 | 375,000 | 357,000 |
| 6. บริษัท เคมโทรนิคส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด | 75,000 | 75,000 | 75,000 |
| 7. บริษัท เคมโทรนิคส์ โปรดักส์ จำกัด | 294,000 | 294,000 | 280,000 |
| 8. บริษัท ซีทีซี เคมิคอล จำกัด | 273,000 | 273,000 | 260,000 |
| 9. บริษัท เซอร์กิต โฮลดิ้ง จำกัด* | 150,000 | - | - |
| รวมค่าสอบบัญชีประจำปี | 4,625,000 | 4,490,000 | 4,340,000 |
*จัดตั้งเมื่อวันที่ 18 ตุลคาม 2567
2. ค่าบริการอื่น (Non-Assurance Services)
(หน่วย: บาท)
| บริษัท | ค่าบริการอื่น | 2567 | 2566 | 2565 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ส่วนที่จ่ายไปในระหว่างปีบัญชี | ส่วนที่ต้องจ่ายในอนาคต | ยอดรวม | ยอดรวม | ||
| 1. บริษัท เคซีอี อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) | ค่าตรวจสอบการทำลายสินค้าและสินทรัพย์ | 15,000 | - | 15,000 | 15,000 |
| 2. บริษัท เค ซี อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด | ค่าตรวจสอบการทำลายสินค้าและสินทรัพย์ | - | - | 15,000 | 15,000 |
| 3. บริษัท เคซีอี เทคโนโลยี จำกัด | ค่าตรวจสอบการทำลายสินค้าและสินทรัพย์ | 15,000 | - | 15,000 | - |
| 4. บริษัท เคซีอี อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) | ค่าตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมการลงทุน | - | 140,000 | 140,000 | 70,000 |
| 5. บริษัท เคซีอี เทคโนโลยี จำกัด | ค่าตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมการลงทุน | - | 140,000 | 210,000 | 210,000 |
| 6. บริษัท ไทยลามิเนต แมนูแฟคเจอเรอร์ จำกัด | ค่าตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมการลงทุน | - | 130,000 | 195,000 | 195,000 |
| 7. บริษัท เคมโทรนิคส์ เทคโนโลยี จำกัด | ค่าตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมการลงทุน | - | - | - | - |
| 8. บริษัท เคมโทรนิคส์ โปรดักส์ จำกัด | ค่าตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมการลงทุน | - | 120,000 | 120,000 | 120,000 |
| รวมค่าบริการอื่น | 30,000 | 530,000 | 710,000 | 625,000 | |
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ผู้สอบบัญชีของบริษัท ยืนยันต่อคณะกรรมการตรวจสอบในการรักษาความเป็นอิสระของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีต่อบริษัท และบริษัทย่อย ตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี โดยมิได้ถือหุ้นในบริษัท และบริษัทย่อย มิได้มีการให้บริการด้านอื่น ซึ่งมิใช่งานตรวจสอบบัญชี และสำนักงานตรวจสอบบัญชีมิได้จัดซื้อสินค้าและบริการจากบริษัท แต่อย่างใด
หลักบรรษัทภิบาล
การกำกับดูแลกิจการที่ดี หมายถึง การจัดโครงสร้าง และกลไกการบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
การกำกับดูแลกิจการที่ดี จะช่วยส่งเสริมให้องค์กรมีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว อันนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของผู้ถือหุ้น และร่วมสร้างประโยชน์ร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
เคซีอี ได้กำหนดนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานทุกคน ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน เพื่อส่งเสริมให้เคซีอีเป็นบริษัทที่มีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ มีการกำกับดูแลกิจการและการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ มีคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้
การจัดโครงสร้าง และกลไกการบริหารจัดการดังกล่าว สะท้อนหลักการที่สำดัญดังต่อไปนี้
- ซื่อสัตย์ สุจริต (Honesty)
ดำเนินธุรกิจและปฏิบัติงานโดยถือเอาประโยชน์ขององค์กรเป็นสำคัญ ตั้งมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์ สุจริตต่อหน้าที่ตนเอง และต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่เอารัดเอาเปรียบ รวมทั้งตระหนักว่าการทุจริตเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ - โปร่งใส (Transparency)
ดำเนินธุรกิจและปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส พร้อมเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญของบริษัทอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และพร้อมรับการตรวจสอบได้อยู่เสมอ ตลอดจนเปิดกว้างรับความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง - มีความเสมอภาค (Equitable Treatment)
ดำเนินธุรกิจและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วยความเสมอภาค เท่าเทียมกัน และเคารพในหลักแห่งสิทธิมนุษยชน - เป็นธรรม (Fairness)
ดำเนินธุรกิจและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วยความเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ที่สมดุลร่วมกัน - ยึดมั่นคำสัญญา (Accountability)
ดำเนินธุรกิจและปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ในการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบาย ระบบงานที่ดี และข้อตกลงสัญญาที่ได้ให้ไว้กับผู้เกี่ยวข้องต่างๆ - ใส่ใจดูแลสังคม (Responsibility to Society)
ดำเนินธุรกิจโดยปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชน สังคม ตามสิทธิที่พึงได้รับ และดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อการพัฒนาและเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
เคซีอี ได้รับการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) ตั้งแต่ปี 2557 โดยได้รับการประเมินจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute Of Directors Association : IOD) ซึ่งถือเป็นการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่สำคัญจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของคณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหาร และพนักงานทุกคนในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
เลขานุการบริษัท
คุณวสรา โชติธรรมรัตน์
| ที่อยู่ : | เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 72 - 72/1-3 นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520 ประเทศไทย |
| โทรศัพท์: | +66 (0) 2326-0196-9 ต่อ 1201 |
| โทรสาร: | +66 (0) 2326-0300 |
| อีเมลล์: | wasara.c@kce.co.th |